| Kimi's profile-=[iR A iB lB il T]=-PhotosBlogLists | Help |
|
March 22 ความไม่แน่นอนของจริงจะโดนไล่ออกของแท้ละกุ หยุดวันศุกร์ไปอีกวันโดนเมล์ตามตัวเลย สงสัยชีวิตจะวายวอดก็คราวนี้ละล่ะ
ไปเที่ยวมาก็เจอคนรู้จักสุด ๆ อีก เป็นข่าว gossip แน่กุ
ทำไมบางทีชีวิตก็เข้าใจยากเกินไปวะเนี่ย กลับมาเที่ยว ๆ ๆ ๆ อีกแล้ว เพราะความโสดหรือป่าววะ
แต่ในเมื่อชีวิตไม่มีพันธะ จะทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด อิอิ
คนที่ใช่ก็ไม่ชอบ คนที่ชอบก็ไม่ใช่ ดังนั้นก็ต่างคนต่างอยู่กันดีกว่า เพราะผืนไปก็ก็ต้องจบไม่สวยกันอยู่ดี
ลาก่อนอดีต 555+ March 17 ยังไม่ตายอีกเหรอยังหรอกกุ ยังไม่ตายง่าย ๆ หรอกชีวิตนี้ กว่าจะออกจาก ร.พ. ได้เล่นเอาจะตายกว่าตอนอยู่อีกกุ หาตังออกแทบไม่ทัน ค่าหมอแพงที่สุดในชีวิตความเป็นคนของกุละ
ดีนะที่ยังมีประกันช่วยบ้างอะไรบ้าง อิห่าตังก็ไม่ค่อยจะมียังเสือกเป็นโรคแพง ๆ อีก ไม่เจียมเลยกุ
พักหนึ่งวันหลังจากออกจากโรงพยาบาล ปรับปรุงสภาพร่างกายให้คุ้นกับนอกโรงพยาบาลก่อน ไม่งั้นติดนิสัยกิน ๆ นอน ๆ
พรุ่งนี้เช้าก็ต้องไปลุยงานอย่างจิงจังละ เพราะอาจจะโดนไล่ออกได้โดยไม่รู้ตัว
อยู่บ้านกับแม่ก็ไม่รู้ทำไรเหมือนกัน กุก็กินแล้วก็นอนเหมือนเดิม เห็นหน้าแม่แล้วก็สงสารที่มีลูกอย่างกุเนี่ย
เมื่อไหร่จะหลุดพ้นซักที แค่นี้กุก็บาปจะแย่อยู่ละ ดีนะที่ปั่นงานให้เขาเส็ดแล้ว รอดไปอีกหนึ่งเดือน แต่มีเค้าลาง ๆ ว่าต่อไปไม่แน่....งานอาจจะเข้ายกใหญ่
แต่มีงานดีกว่าไม่มีกินวุ้ย ก่อนจะไปกุก็ขอบ้านให้แม่ให้น้องซักหลังเหอะ เอาหลังที่ทุกคนอยู่แล้วสบายใจ จิง ๆ หลังไหนก้ได้ ไม่มีกุอยู่ก็สบายใจกันหมดละ 555+
ผื่นก็ยังไม่หายไป แต่ก็ยังโชคดีหน่อยที่มันจางลงไปแล้ว นับเป็นสัญญาณที่ดีที่กุจะได้ออกเริงร่าหมือนเดิมได้อีกในเร็ววัน
ไปทำงานก็ไม่รู้จะไปทำพลาดเอาโรคไปติดคนอื่นหรือป่าว คงต้องระวังตัวฝุด ๆ
ชิหายยยยยยย!!! ยังไม่ได้ยื่นเรื่องภาษีเลยนี่กว่า ก็ที่เก่ายังไม่ยอมอาใบทวิมาให้นี่หว่า ทำไงดีกรู๊????
อีกไม่ถึงครึ่งเดือน กุต้องไปทำละ ไม่งั้นซวยแน่ อาจจะได้คืนมาบ้างอะไรบ้าง อิอิ
---------------------------------------------------------------------------------------
ถึงเจ๊นางฟ้า กุไปทำอะไรให้หรือป่าวอ่ะ งงอ่ะ ทำไมคนนั้นต้องมาขอร้องอะไรด้วย
ขอโทษละกันนะถ้าพูดหรือทำไรพลาดไป ไม่เคยคิดจะทำให้เจ็บอะไรเลยจิง ๆ นะเนี่ย
เขาบอกให้ปล่อยเจ๊ไปอ่ะ พูดเหมือนจ๊โดนกักขังด้วยอะไรซักอย่างไว้ ถ้าเป็นเพราะกุ กุงงอ่ะ กุไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นเล้ยยยยยย
เพิ่งจะออนเอ็มก็โดนซะแล้วกุ....แต่ว่าป็นเรื่องวันอาทิตย์ก็ไม่น่าจะใช่นี่หว่า เพราะว่าเมื่อวานกลับมาก็ออนอ็ม ยังไม่เห็นมีไรเลยนิ
กุไปทำไรอีกวะเนี่ยยยยยยยยยย ขอโทดโว้ย~ March 12 Getting Worseไปกันใหญ่แล้วกุ อาการแมร่งไม่ดีขึ้นเลย วันนี้โดนนอนโรงพยาบาลต่ออีกวัน ผื่นขึ้นเต็มตัวเลย ตอนแรกยังไม่มีเลยแฮะ
หมอบอกว่าเป็นเพราะเชื้อไวรัสมันขับทำให้เป็นผื่นออกมา แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะดีขึ้นจริงหรือป่าว เค้าบอกว่าไข้จะลดลงไป แต่ผื่นนี้จะยังอยู่ไปอีก 1 เดือน!!!!!!
ซวยละไงกุ เป็นไข้เป็นเหิ้ยไรก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่ว่าเป็นผื่นตัวเป็นเม็ดไปหมดนี่สิ ทำไงดีวะกุ แถมตอนแรกมันก็แค่เป็นผื่นอย่างเดียวนะ ตอนนี้มันคัน ๆ ยิบ ๆ ด้วยอ่ะ
แง ๆ ๆ ๆ กุใกล้จะตายละ แต่ที่แน่ ๆ ก่อนจะใกล้ตายกุต้องหาเงินมาจ่ายค่าหมอให้ได้ก่อนด้วย ไม่รู้จะทำไงดีแล้วกุค่อยว่ากัน ขอให้มันหายก่อนดีกว่า
เกรงใจที่ออฟฟิศเหมือนกัน อยากกลับไปทำงานให้มันเสร็จ ๆ ไว ๆ ไม่งั้นอาจจะโดนไล่ออกแน่กุ
ขอให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตกุบ้างเถอะ จะให้กุซวยไปถึงไหนคับ กุพยายามสุด ๆ แล้วนะคับ ไม่มีใครช่วยกุได้อีกละชีวิตนี้
ที่กุทำไปทั้งหมดแมร่งพลาดหมด....เยี่ยมจิง ๆ ขอให้หนูหายไว ๆ นะคับ หนูทรมานจะแย่อยู่ละ หรือว่าถึงเวลาของกุละวะเนี่ย??
March 10 ป่วย ป่วย ป่วย แถมยังซวยไม่เหลือใครอยู่ดี ๆ กุเป็นเชี่ยไรเนี่ย ไม่มีแรงทำไรเลย ขับรถไปหาหมอก็รู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นอะไร แต่พอจะไปทำงานก็รู้สึกทำไม่ได้
ขับรถกลับบ้านก็เหมือนจะตายให้ได้ เจ็บคอ มีไข้ ปวดตัวไปหมดกุ...จะตายยังเนี่ย ให้ไวเถอะกุ
กลับมาบ้านแม่ก็ไม่ว่างอีก เลยไม่ได้กินข้าวกินยาด้วยซ้ำ นอนยาวจนสี่โมงเย็นเลย เวลาของกุชักใกล้เข้ามาละ ไม่ต้องเหลือใครอีกแบบนี้ก็ดีเหมือนกันวุ้ย
งานก็ไม่รู้จะเสร็จทันหรือป่าว กุต้องทำให้ได้ไม่งั้นคนอื่นเดือดร้อนตายห่าเลย
ขอให้กุหายซักทีเถอะ ทรมานจะแย่อยู่ละ บอกใครก็ไม่ได้ เพราะกุเล่นเหวี่ยงเค้าไปหมด...ปัญหาที่รุมเร้าก็เราทั้งนั้นที่ก่อ
ทุกคนที่หายไป กุจะบอกว่าโชคดีของพวกมืงแล้วนะคับ เพราะอีกไม่นานกุก็จะ.....................................หาย
----------------------------------------------------------------------------------------
ทนหน่อยนะคับเจ็บแปปเดียว เด๋วก็หาย ทุกอย่างเพื่อตัวคุณเอง ซักวันคุณก็จะรู้คับ March 09 วันไฟสูงแห่งชาติหรือป่าววะขับรถกลับบ้านวันนี้มีแต่คนเปิดไฟสูงตามหลังมา มันไม่ใช่ว่ากระพริบ ๆ ขอทางด้วยนะ มันเปิดมาตลอดทางข้างหลังโน่นเล้ยยยยยยยย
มันไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายอะไร แต่สงสัยว่ามันไม่มีมารยาทบนท้องถนนกันเลยหรือไงเนี่ย คันเดียวก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่มันเล่นทุกคันที่ตามหลังกุเล้ยยยยย
ทำเอากุสงสัยว่าบ้านนี้เมืองนี้มันเปิดไฟสูงขับรถกันเป็นปกติสันดานใช่มั้ยนั่น ไฟทางก็สว่างชิบหาย รถก็เยอะแยะไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นต้องส่องทางไกล ๆ เลยนี่หว่า หรือว่ากุพลาดอะไรในชีวิตความเป็นคนหรือป่าววะเนี่ย ไม่เข้าใจจริง ๆ
แดดร้อนเชี่ยยยยยยย ดำเลยกุ ตอนแรกก็ขาว ๆ อยู่ดีอ่ะเซ็งเลย ไม่รู้จะแรงไปถึงไหนวุ้ย กุไม่ได้มาอาบแดดนะ
งานก็เยอะ ทำไมงานกุนี่แก้บ่อยจังวะ เป็นเพราะกุชุ่ยหรือเป็นเพราะกุทำงานไม่รอบคอบเนี่ย (สรุปก็เหิ้ยเหมือนกัน) แต่อาเหอะ ยังมีงานอื่นที่ต้องทำอีก คงไม่สายเกินไปที่จะปรบปรุงตัว
วันนี้ถ้าไม่ได้แม่ก็คงจะแย่...ไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่จิง ๆ สุดท้ายตอนไม่เหลือใครแม่ก็อยู่กะเราเสมอจริง ๆ
--------------------------------------------------------------------------------------------------
หมดใจ...มันเป็นแบบนี้เองเหรอ มันดีแล้วที่มันจบไปตั้งแต่ตอนนี้ อย่างน้อยก็ยังเชื่อได้มากว่ามันยังไม่สายเกินไป
ความรู้สึกดี ๆ ที่ให้กัน ก็รับรู้ทุกย่าง แต่มันป็นไปไม่ได้จริง ๆ ตอนนี้ ไม่ได้หลงตัวเองว่าดีเลิศศมาจากไหน แต่รู้ดีต่างหากว่าดูแลไม่ได้ อย่าฝืนกันเลยดีกว่า เพราะมันอาจจะกลายเป็น "สายเกินไป" การไม่มีใครซักคนให้ห่วงมันก็เหงา แต่การไม่มีใครซักคนให้กังวลมันก็โล่ง อยู่คนเดียวบ้างก็ดี...คนอื่นเค้ายังอยู่ได้เลยว่ะ March 05 อะไรดีวะเปลี่ยนงานใหม่มาได้สี่เดือน งานชุกสั่ด ๆ แต่ก็ยังชิวได้ตลอดเวลา
ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ช่วงนี้เที่ยวบ่อยเกิน รู้สึกอ่อนเพลียเหลือเกิน เงินก็ร่อยหรอ แต่ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้นมาเที่ยวแมร่ง 5 วันติด
ตอนนี้คิดได้แล้ว...ต้องคิดให้ได้ละล่ะกุ
วันก่อนโน้นนนนนน ไม่นานมากเท่าไหร่เจอรถคู่ทะเบียนด้วย ชพ-3628 เขาเป็น Toyota Wish สีดำ...เขาจะรู้ไหมว่าเราเป็นรถเลขข้างกัน อิอิ
ตอนเช้าเติมน้ำมัน ยางแมร่งรั่ว ปะก็ไม่ได้เพราะโดนกุญแจเข้าไปทั้งดอกเลย ใครแมร่งโง่ทำกุญแจหล่นไว้ทั้งดอกเลยวะ แล้วแมร่งจะเข้าห้องอะไรยังไงวะเนี่ย
แต่ประเด็นคือ ไอ้กุญแจเหิ้ยนั่นทำให้กุต้องเอาล้อ spare มาใช้ และต้องเตรียมตัวเสียตังซื้อล้อใหม่
FYI: กุญแจเหิ้ยนั่นยังอยู่บนรถเลย
วันนี้นั่งทำ user control ให้มัน universal ให้ได้ หาทางออกจนได้ ก็เป็นอันว่า เสร็จแล้วเว้ยยยยยย!! (เฉพาะอันนี้นะ ยังมีอีกเป็นตันเลยกุ)
พวกบรรดาบอสทั้งหลายก็ไม่อยู่ วันนี้รู้สึกถึงอิสระจริง ๆ ทำงานได้โดยไร้ความกดดันนี่มันดีจริง ๆ 555+
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองจริง ๆ ว่าจะเอายังไงกันแน่
ทำไมไม่เด็ดขาดกับเรื่องนี้ซักทีวะ ชีวิตแมร่งก็เลยค้าง ๆ คา ๆ แบบนี้
ทางที่ดีที่สุดคือตัดใจให้ได้ ถึงแม้จะติดใจแต่ก็ต้องทำให้มันเป็น one night stand ไป
เพราะมันดูไม่ได้สนใจกุเล้ยยยยยยยยยยยย ดังนั้นกุก็ต้องพอให้ได้นะคับ กลับบ้านดีกว่ากุ September 04 Bad Driving Habitsโดนด่าเรื่องจอดรถขวางไม่เข้าเกียร์ว่างแฮะ....ทีนี้โดนแบบเป็นลายลักษณ์อักษรเลยแฮะ ต่อไปจอดขวางใครก็ใส่เกียร์ว่างด้วยนะคับ จะได้ไม่โดนเขียนใบสนเท่ห์หรรษาแบบกุ เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยน -- เปลี่ยนซะ August 28 งาน งาน งานช่วงนี้ก็มีแต่งาน งาน งาน แล้วก็งาน
แต่กุก็ต้องเรียนไปด้วย...เวลาแทบจะไม่มี
แต่ยังไงก็ยังเที่ยวไม่ยั้ง...ด้วยความคันของผองเพื่อน
อีก 3 วัน ตัดสินชะตาชีวิต..จะหาตังค์ทันมั้ยกุ ไม่งั้นก็ไม่ได้เรียน
พรุ่งนี้คุยงานโปรเจคกับ อ. อีก จะไปรอดมั้ยน๊า~~
แล้วถ้า อ. รู้ว่ากุยังไม่ได้ลงทะเบียนล่ะ ทำไงดีน๊า??
เออช่างมัน...เพราะทุกวันกุก็ช่างมันอยู่แล้ว
งานเยอะมาก แทบไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นเล๊ยยยยย
นี่ก็เพิ่งจะว่าง เพราะว่า scope ยังไม่ปึ้ก
เด๋วค่อยไปทำอย่างอื่น ขอระบายออกก่อน
ชีวิตก็กระท่อนกระแท่นไปได้เรื่อย ๆ ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะมั่นคงซักที...มะไหร่ดีน๊า
จะว่าไป...กินข้าวที่ไหนดีอ่ะ หิวแล้วนะ ง่วงด้วย August 17 Accident9:15 AM
กุขับรถชนกรวยกลางถนน เวงแล้วกุ ก็มองไม่เห็น รถแมร่งก็เยอะ
เบรคก็ไม่ทัน เพราะถ้าเบรค ก็คือโดนชน...ยังงง ๆ แฮะว่าทำไมไอ้คันก่อนหน้าเรามันไปได้วะ
กุก็เปลี่ยนเลนตามมันไปนี่หว่า หนีรอดมาได้เพราะโชคดีที่ตำรวจกำลังง่วน ๆ อยู่กับเรื่องจับ ปรับ คนไม่ค่อยผิดอยู่
ส่วนกุนี่ผิดเต็ม ๆ แล้วอยู่เลนขวาสุด....รอดไปดิ่ ระทึกชิบเนื่องจากรถเสือกติดอีกวันนี้
วิตกจริตแทะ ๆ กลัวมันขี่มอไซค์ตามมา...แต่ทำไมรู้สึกว่าไอ้กรวยนั่นมันอยู่กลางเลนเลยวะ
หนีมาได้ละ โล่งไป 555+ นึกว่าจะโดนจับด่านหน้าซะแล้ว Sharingขอบคุณเพื่อนที่มาช่วยรับฟังความรู้สึกของกุ
สบายใจ อย่างน้อยก็ได้พูดแล้ว 555+
ต่อไปจะเป็นไงก็คงต้องปล่อยไป
ยังไงก็คงจะทำให้ได้อย่างที่ตั้งใจแหละ
คิดถึงตัวเองให้น้อยลง แล้วก็ต้องทำให้คนอื่นเค้าสบายใจบ้าง
อนาคตก็เป็นอนาคต ไม่ตายก็เรียนใหม่ได้วะ
แต่ยังไงก็ต้องทำให้คนอื่นเค้าไม่ต้องมาทุกข์กะเราก่อนเป็นดี
เรื่องงานก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่ ตัดสินใจไม่ได้
แต่ยังไงก็ต้องเต็มที่กับความรับผิดชอบที่ได้มาแต่เก่าก่อนแหละ
สุดท้ายจะได้ไม่โดนใครเค้าด่าตามหลังได้
ขอบใจเพื่อนอีกครั้ง...มันช่วยได้มากจริง ๆ
กุจะไม่พลาดด้วยเรื่องแบบนี้อีก
แล้วกุจะทำให้คนอื่นด่ากุด้วยเรี่องแบบนี้ไม่ได้อีก
(เรื่องเรียนไม่เกี่ยว...มันมีที่มาที่ไปโว้ย)
ทำ proposal ต่อดีกว่า ง่วงชิบ despairไม่กี่คนที่รู้ ไม่กี่คนที่เข้าใจ และไม่กี่คนที่รับได้
ทำไมมันแตกต่างได้มากขนาดนี้ ความรู้สึกต่าง ๆ นานามันเข้ามาพร้อม ๆ กันในครั้งเดียว
กุรับไม่ไหวจริง ๆ นะวันนี้ หมอดูก็บ๊อกบอกว่าดวงตก แต่ใครจะคิดว่ามันจะตกมากขนาดนี้
ทำตัวเองทั้งนั้น ทำให้เค้าสะใจตัวเองทั้งนั้น
ไม่ต้องตามหา เพราะหายังไงก็จะหาไม่เจอ
ไม่ต้องโหยหา เพราะยังไงก็จะสนองให้ไม่ได้
ไม่ต้องขอโทด เพราะกุเท่านั้นที่ทำผิด
ไม่ต้องขอบคุณ เพราะกุไม่เคยทำอะไรดี ๆ ให้เลย
ไม่ต้องให้อภัย เพราะกุไม่ต้องการ
ไม่ต้องสงสาร เพราะมันทรมานกว่าการโดนด่า
ไม่ต้องอำลา เพราะมันจะมีภาพสุดท้ายฝังอยู่
ไม่ต้องอยากรู้ เพราะเด๋วกุมาบอกเอง
ไม่ต้องถามด้วย เพราะไม่รู้จะตอบไงอ่า~~
มึน ๆ แฮะ เป็นไรหว่า...คิดไม่ออกละ August 11 วันหยุดที่ไม่ได้หยุดMSN กุเป็นไรหว่า อยู่ดี ๆ ก็ไม่เหมือนเดิม
ไม่รู้จะแก้ไง...แชทได้ก็พอละล่ะมั้ง ตามนั้น
หยุดยาวสามวันเป็นสัญญาณที่ดี วันแม่ด้วยดิ่ ไปหาแม่ดีมั้ยอ่ะ
ไปหาแม่ก็แปลว่าได้ตัง 555 งั้นไปดีกว่า ไม่มีตังแดรกข้าวละ
พักผ่อนนิดหน่อยตามประสาห้องร้อย แมร่งร้อนจริง ๆ นะ ร้อนจนนอนไม่ได้เลย
ฝนก็ทำท่าจะตก แต่ก็ไม่ตกซักทีแน่ะ ถ้ามันตกก็คงสบายกว่านี้ 555
ปัญหาทุกอย่างกำลังอาจจะไปได้ด้วยดีในอีกไม่ช้า
รถก็กำลังตัดสินใจว่าจะเอาไงดี ขายดีหรือไม่ขายดี ถ้าไม่มีเงินให้เขาก็ต้องขาย
เป็นการตัดหนี้สินเป็นเรื่อง ๆ ไป อุ่นใจขึ้นที่พอมีลู่ทางบ้าง ไม่นานหรอกน่ะ
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ช่วยเหลือเวลายามยาก ทุกคนต่างช่วยในสิ่งที่พอจะมีกำลังช่วยได้ ซาบซึ้งจริง ๆ
ถ้าเคลียร์เรื่องเรียนเสร็จ ก็คงไปได้สวยละล่ะ
อยู่คนเดียวก็คิดอะไรได้หลายอย่าง มันไม่มีอะไรสำเร็จรูปได้หมดหรอก
มันมีแต่กึ่งสำเร็จรูปเป็นมาม่าท้างน้านนนนนนน~~~
วันหยุดก็ยังโดนโทรทวงตามงาน แต่ทำไงได้ มันคือความรับผิดชอบที่รับปากเค้าไว้แล้ว
ทำ ๆ ไปก็สนุกดี ไม่ต้องมาคิดอะไรให้ฟุ้งซ่าน ทำเสร็จดี ก็ได้ตังด้วย...ข้อดีมีเยอะแยะ
สิ่งดี ๆ มีเยอะแยะ สิ่งแย่ ๆ จะไปสนใจมันทำไม (หลอกตัวเองแทะ ๆ)
นอนน้อยอีกละ ไปนอนดีกว่า ค่อยมาทำต่อให้เส็ด 555 August 09 พลาดอีกแระสิ่งที่กุอยากได้จากการเขียนบลอคนี้ก็ได้มาแล้วขอบใจที่เข้ามาบอกความรู้สึกจริง ๆ ว่าเป็นไง เรื่องที่กุทำให้ทั้งหมด กุก็จริงใจทำให้มืงทุกอย่าง แต่มืงไม่รู้สึกหรอกเพราะมืงก็เคยเห็นว่ากุเป็นเพื่อนที่ต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ นานา เรื่องโปรเจคพวกมืงเครียดกันเพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่กุก็บอกแล้วว่ากุจะช่วย แล้วมืงจำได้ป่ะ อ.บอกให้เพิ่ม requirements กุก็เอามาแก้ให้มืง สุดท้ายก็ดีเหมือนกัน ถ้ามืงจะไม่กล้ายุ่งกะกุอีก อย่างน้อยมืงก็จะได้สบายใจได้ว่ากุจะไม่ไปรบกวนมืงอีก ขอบใจอีกทีที่เตือนสติกุได้อย่างดี อย่างที่กุบอกในบลอค กุจะไม่เรียกร้องอะไรจากมืงอีกต่อไป ชีวิตกุพลาดมาเยอะละ กุหวังว่าครั้งนี้กุจะตัดสินใจไม่พลาดละกัน โชคดีว่ะ August 07 ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย....แต่ความควายจะทำให้มืงตายสิวันนี้ความฉลาดก็มาครอบครองอีกแล้วเมื่อผมได้ถอยมินิแคมรี่คันง๊ามงามไปสอยกันชน CRV เน่า ๆ ที่จอดนิ่ง ๆ ซะกันชนท้ายมินิแคมรี่ยับได้อีก
รถก็คันด๊ามมมมมมมมมมมมมมมมมมดำ เสือกจอดหน้าแหลมขึ้นมาอีก...กุมองไม่เห็นคร่ะ สอยแมร่งซะ..หรรษาไป
รีบก็แสนรีบ...อิป้าเจ้าของรถก็เดินลงมาดู
ไม่เห็นเป็นเหิ้ยไร มืดดก็ขนาดนั้น....แต่มันไปแทะ ๆ ของมันจนมันได้แผลแตก ๆ มา แล้วก็เลยบอกว่า....รถชั้นเสียหาย
คร่ะ อิป้า ตามสบาย มืงทำไรก็เชิญ
ต่างคนต่างเรียกประกัน แต่ประกันกุติดงานอีกที่ เลยจะให้เซ็นใบ knock ไป...อิป้านี่ไม่ยอม ขอด่าหน่อยนะ
ขอนิดเดียวจริง ๆ ... แทนชื่ออิป้านี่ว่าอิชะนีเฒ่านะ ขอร้องล่ะ เห็นใจกุหน่อยเกลียดมันจริง ๆ
โทรถามประกัน...ประกันก็ถามว่ามีใบ knock มั้ยเพราะว่าต่างคนต่างก็ชั้น 1 เซ็นใบ knock ก็เคลมกันได้หรรษาไป
ผมก็เดินเข้าไปบอกอิชะนีนั่นดี ๆ ... อินี่ทำหน้ามึน หน้าง่าว หน้าโง่ หน้าดักดาน หน้าจุดยืน กลับมาว่าไม่ยอม
กุก็บอกแล้วนะว่ากุรับแสนจะรีบ อิชะนี่ง่าวนี่ก็บอกว่าเด๋วประกันมาให้รอก่อน ก็เลยพยายามอธิบายไปว่า
จริง ๆ แล้วก็ต่างคนต่างเซ็นแล้วเก็บไว้ปเคลมของตัวเอง ก็จบ
อินี่ก็คร่ำครึไม่ยอม ๆ ผมเองก็จนใจไม่รู้จะให้การศึกษาเรื่องประกันมันอย่างไรแล้ว ก็เลยต้องปล่อยให้มันทำตามวิธีของมันไป
ไม่เข้าใจว่า ปากกุก็บอกไปแล้วนะว่า กุผิดจริงจิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง มืงเอามากุเซ็นให้
กุไม่เถียงเลยซักคำ แต่ความสตึของมันนี่ก็ยังจะทำให้กุเสียเวลาหลายสิ่งไปหมด
โมโหนัก....คือขอร้องเหอะคนเราอ่ะ หลายต่อหลายคนก็มักจะชอบพูดว่า ผู้หญิงขับรถงี่เง่า แค่นั้นก็น่าอายพอแล้วนะ
ขอร้องล่ะเวลาเกิดเหตุแบบนี้ อย่าเอาความงี่เง่า โง่เง่า สถุลดักดานมาถ่วงเวลาทำมาหาแดรกของคนอื่นได้ป่ะ
ถ้ามันตกลงกันไม่ได้อย่างกลางถนนก็ว่าไปอย่าง แต่นี่คือกุเองคนผิดก็บอกอยู่แล้วว่าผิด ก็ยังทำให้เรื่องมันใหญ่
ไปเรียกพวกมาดูใหญ่....กุก็โอ้ยยยยยยยยย รถบุบแค่เนี้ยอ่านะ ของกุบุบมากกว่ามืงยังไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย
ของมันนะ ขับไปไม่มองแมร่งก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คือด้วยสันดานคนเราอ่ะนะ ของใครใครก็หวง...แต่ทำไมกุไม่เลยน๊อออออ~~
กุก็ผิดเองที่งัวเงีย ๆ ไม่ทันได้มอง...เลยไปสอยมัน ก็เป็นบทเรียนไป ยังโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก
รถบุบก็ช่างมัน เคลมประกันก็หรรษา ไหน ๆ ก็จ่ายเบี้ยไปละ จะให้มันกินไปฟรี ๆ ได้ไงวะ 555
ไปดีกว่า....ไม่รู้จะซวยอะไรได้อีก
ล.ป. เกลียดอิชะนี่เฒ่าเง่าโง่นั่นมาก อย่าให้เจออีกนะมืง 1927 กุจำได้นะมืง...โง่นักอินี่ July 04 คราวซวยคนเราเกิดมาพร้อมดวง...เชื่อหรือไม่??
ดวงคนเราก็มีทั้งดวงดีและดวงซวย....เชื่อหรือไม่??
ดังนั้น คนเราในหนึ่งชีวิตก็ต้องมีทั้งดวงดีและดวงซวยอย่างน้อยคนละหนึ่งครั้ง...
บางคนดวงดีมากหน่อย ซวยน้อยหน่อยก็เป็นบุญพาวาสนานำเลิศ ๆ กันไป
แต่บางคนก็ซวยมากหน่อย ดีน้อยหน่อย ก็หยวน ๆ กันไปละกันน่ะ
อต่บางคนซวยมากมาย ดีน้อยนิดกะจิ๊ดริด....เกิดมาทำไม?? แป่ววววว!!
พูดถึงคราวซวย สองวันมานี้ได้รับรู้เรื่องซวย ๆ ของคนอื่นมาสองวันติด
อย่างแรกคุณพี่สาวโทรศัพท์มือถือหาย....คือแบบว่าเอาทิ้งไว้ในร้าน
แล้วออกไปจ่ายตังค่าข้าว ประมาณห้านาทีเท่านั้น กลับมามือถือในร้านหายไปแหล่ว
ซื้อมายังไม่ถึงสองเดือนเลยมั้งน่ะ....ใครจะรู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิด
กลางวันแสก ๆ แทะ ๆ แล้วเอาคืนไม่ได้ด้วยนะน่ะ....ซวยมะล่ะ
เรื่องที่สองเพื่อนของแฟนทำงานอยู่สถานฑูตอังกฤษ
มีชะนีนางหนึ่งมาทำเรื่องของวีซ่า...คิดว่าเป็นอาชีพของชี เพราะชีมาบ่อยมาก
ปรากดว่าธุระกรรมวีซ่าของชีไม่สำเร็จ เพื่อนที่เป็นคนทำให้ก็ไม่รู้ทำไง
ก็บอกให้ไปติดต่อที่สถานฑูตเอาเอง ชีก็โวยวายว่าทำไมไม่ได้ ก็ไหนบอกว่าได้แล้ว
เพื่อนไปทำอิท่าไหนไม่รู้แฮะ อยู่ดี ๆ หลังจากนั้น ชีไปดักอยู่หน้าห้องน้ำ
แล้วมาต่อยหน้าเพื่อนซะงั้น แถมมีการส่งท้ายว่า อย่าไปแจ้งความนะ ไม่งั้นจะเอาเพื่อนผู้ชายมายำ
นี่ขนาดเป็นออฟฟิศในสถานฑูตอังกฤษนะเนี่ย....ยังโดนได้ขนาดนี้ ซวยแมะ??
เพื่อนก็หน้าบวม กลับมาที่ออฟฟิศเจ้านายถามสิ ก็เล่าไปแล้วก็ยกพวกกันไปหาอิชะนีนั่น
คิดว่าจะมีอะไรดี ๆ ซะอีก กลับกลายเป็นว่า เจ้านายของทั้งสองฝ่ายมาทะเลาะกันเองอีก
เพราะต่างคนต่างปกป้องลูกน้องตัวเอง แล้วก็สรุปความได้ว่า...ต่อไปจะไม่ให้อิชะนีไปอีก
แล้วคืออะไรเหรอ?? จบเหรอ?? ไม่เข้าใจ?? ทำไมอิเพื่อนไม่ไปแจ้งความ
แบบนั้นไม่ใช่บันดาลโทสะนะน่ะ เพราะมันไม่ได้เกิดทันทีที่เกิดเรื่อง
มันดักรอหลังจากนั้นตั้งนานอ่ะ มันตั้งใจวางแผน ทำร้ายร่างกายโดยตั้งใจแถมยังขู่อีก
มันโดนนะน่ะ...กุก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมแบบบนี้ถึงยอม
ถ้าเป็นกุนะ...มันมีเวลาขู่มากขนาดนั้น อินั่นต้องไม่ตัวปลิวกลับไปแน่ ๆ
ชะนีก็เหอะ...คิดว่าทำอะไรได้ทุกอย่างเรอะ คนดี ๆ กุก็ไม่ทำหรอกนะ
แจ้งความสิโว้ยยยยยยยยยยยยยยย กล้วห่าไร??
เรื่องที่สามก็สด ๆ ร้อน ๆ คับเมื่อเช้านี้เอง
ขณะขับรถ chill อยู่บน motor way
TEANA คันงามนำหน้าอยู่...ก็ขับไปชื่นชมไปว่าสวยดีนะ ทำไมตอนซื้อไม่ดูเลยวะ
ปรากดว่า...อยู่ดี ๆ มีล้อลอยดิ่งตั้งฉากกับแนวระนาบถนนออกมาจาก TEANA คันงามนั้น
ชิบหายสิ กุตามอยู่...ล้อพุ่งตรงไปฉ้นก็ต้องหลบ....พอหลบพ้นก็เลยลองหันไปมอง
คิดว่าล้อหลุด...แต่ล้อห่าไรจะหลุดพุ่งดิ่งทะยานอัมพรขนาดนั้น ภาพที่เห็นคือ...
TEANA คันงาม ยามมองจากด้านหลัง กลายเป็น TEANA ดั้งหักกระจกหน้ายุบแตกไปเลย
ตกใจชิบ...TEANA นี่ซวยจริง ๆ พยายามคิดว่าอาจจะเป๋นอยู่แล้ว แต่คิดว่าไม่เพราะตอนที่เราขับสรรเสริญมา
เขาก็ขับปกติ มองลอดกระจกไปก็ไม่มีอะไรผิดปกติ คิดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นสด ๆ มากกว่า
ขนาดวันนี้ขับช้า ๆ นะ TEANA ดั้งหักก็คงไม่ต่างกันเพราะขับห่าง ๆ กัน
คันนั้นหลักล้าน....นะน่ะ นี่ถ้า TEANA ขับเร็ว ๆ ไป แล้วเราก็เร็ว ๆ ตาม
คันที่ระทึกคงเป็น mini CAMRY ของกุเป็นแน่แท้....เคลมให้ได้นะจ๊ะ TEANA สุดสวย
และนั่นคือความซวยที่เกิดขึ้นรอบตัว
ชักกลัวแล้วสิ...กลัวว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ไปทำบุญดีกว่า
ใครไม่เชื่อ กุเชื่อ ตั้งแต่ย้ายบ้านก็ไม่ได้ทำบุญเลย
คือไม่มีโอกาสน่ะ...แล้วจะให้ทำไงอ่ะ มันไม่มีโอกาสนิ
ต่อไปก็น่าจะได้ทำมากขึ้นล่ะ
ขอบคุณพี่อั๋นที่เป็นห่วงนะคับ อุตส่าห์โทรมาขนาดเหนื่อยจากงานขนาดนั้น
คำแนะนำก็แสนเจ๋ง เด๋วผมว่าจะทำวันนี้เลย
ส่วนเรื่องทั้งหมดมันเป็นความผิดผมคนเดียวน่ะคับ...รู้ตัว
เรื่องที่จะถามพี่แฟงก็อย่างที่บอกไปอ่ะคับ
ผมแค่อยากรู้ว่า อ. รับข้อมูลไปแบบไหน ถ้ามันรุนแรงม๊ากมากกกกกกก ผมจะได้มุ่งมั่นเปลี่ยน อ. ไปเลย
เพราะมันคงไม่ดีแน่ ๆ ถ้าเนื้อหาที่ อ. รับไปมันรุนแรงจัด
แต่ถ้าเนื้อความที่ อ. รับรู้มันพอทนได้ ผมก็จะได้เดินหน้าติดต่อ อ. อยู่
คำนึงที่กินใจมากคือ...บอก อ. ไปเลยว่าไม่สนใจจะเปลี่ยน อ.แล้ว ขอให้จบก็เป็นพอ
พอได้ฟังแบบนั้นแล้วรู้สึกฮึดขึ้นมาทันควัน....555+ ว่าแล้วก็ไปติดต่อ อ. ดีกว่า....จะรอดมั้ยเนี่ย...หรือนี่จะเป็นคราวซวยของเราแล้ว
แง่งงงงงง!!! July 03 เสียจริตความสุขของชีวิตหายไปอีกละ....หายไปไหน ถ้าไม่ใช่เราทำมันหายไปเอง
ทุกอย่างขึ้นอยู่กะความคิดของเราทั้งน้านนน~~
หัวสมองมักจะคิด negative อยู่เสมอในครั้งแรก
นั่นเป็นเพราะสัญชาตญาณในการ self-defense ที่เติบโตมา
เวลาผ่านไป....อาจจะเปลี่ยนได้หรืออาจจะเปลั่ยนไม่ได้เอาซะเลย
อยากเปลี่ยนว่ะ ต้องเปลี่ยนให้ได้
หน้าที่การงานก็เริ่มโอเคแล้ว...แต่มันดูยุ่งเหยิงเกินไปหรือป่าว
ไม่ได้ท้อนะ แต่เหนื่อยซะมากกว่า...เหนื่อยใจ
เพราะงานที่ได้ก็ไม่ค่อยจะถูกใจ...อีกทั้งยังปัญหาอื่น ๆ อีก
ถ้าออกแล้วจะช่วยได้มั้ยอ่า.....กุไม่รู้
งานอีกที่ก็โอเค...ต้องเร่งทำซะแล้ว
ไม่งั้นมันก็จะพอก ๆ ๆ ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น
ต้องพักผ่อนให้พอเพียงแล้วลุยต่อ
ชีวิตก็ต้องสู้สิคับเนี่ย
เรื่องเรียน...ตอนแรกก็ว่าจะ chill แล้วนะ
วันนั้นพี่แฟงไม่น่าพูดเลยอ่ะ "1.หุบปาก 2.ทำโปรเจคไป"
คำถามก็ผุดขึ้นมา ใครเอาที่กุพูดไปพูด เมื่อไหร่ ยังไง
เพราะหลัง ๆ มานี่ไม่ได้พูดอะไรแล้วนี่นา...เล่นเอาเบลอเลยกุ
พี่แฟงมาเคลียร์ด่วนนนนนน
สงสัยจะไม่มีงานรับปริญญาเหมือนคนอื่นเค้าซะแล้วสิ
อ. ที่ปรึกษาก็ไม่เหมือนคนอื่นเค้าด้วยสิ คณะก็คงไม่ให้เปลี่ยน อ. ที่ปรึกษาด้วยสิ
ไม่จบจริง ๆ เหรอ...ทั้ง ๆ ที่กุก็ทำโปรเจ็คนะ
เหตุการณ์แย่ ๆ มาทำให้เสีย balance ในชีวิตคั่ก ๆ
มันเซ ๆ ยังไม่ล้ม ขอเวลาตั้งตัวให้ได้ก่อนนะ
มีความสุขทีไรไม่เคยมาที่นี่เลย
มีเรื่องทีไรกุก็เอามาบ่นทุกที...ไม่มีใครฟังนี่หว่า 555
บ่นเสร็จละ ไปทำงานดีกว่า June 17 ก่อนเดินทางตามชื่อเรื่อง....ว่างจัด รอออกจากบ้าน มาอัพเดตชีวิตซักหน่อยดีกว่า
เรื่องที่ทำงาน ความรู้สึกแรงกล้ามันเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
ยิ่งอยู่ยิ่งมั่นใจว่าจะ fly away แค่รอเวลาเท่านั้น
รอเวลาว่าต่อไปหากฉันยังเป็นแบบนี้อยู่
ฉันก็จะไปจริง ๆ ล่ะ รอดูไปอีกแปร๊บ
ช่วงนี้ก็ร่อนใบสมัครไปก่อนดีกว่า หนุกดี
วันศุกร์ก็งานไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ รีบ ๆ ทำงานที่เค้าให้มาให้เสร็จ ๆ ไป
จะได้คุยอะไรหลายสิ่งได้ซักที คนอื่นจะได้ว่าเราไม่ได้
ตอนเย็นก็ไปกินข้าวกะพี่ที่ร้านอาหาร
พี่เค้าจะออกจากที่นั่นแล้ว ก็ปัญหาภายใน แบบไม่พอใจการกระทำของคนอื่นที่ทำกับตัว
มันก็เหมือน ๆ กันแหละ ฉันก็รู้สึก discriminated เหมือนกัน จุดจบคงเป็นเหมือนกัน
ไปกินร้านอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้แระ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
อากาศดีนะ แต่พอดีว่าเหนื่อย เลยไม่ค่อย enjoy ซักเท่าไหร่
แต่ตอนจ่ายตังนี่สิ อ้วกแตกเลย กินกันหน่อยเดียวเองอ่ะ 1600 กว่า ๆ
แล้วพี่เค้ายังเลี้ยงฉันอีก คือแบบว่า....เงินเดือนฉันเดือนเดียวยังมากกว่าเงินเดือนพี่ ๆ รวมกันเลย
ยังจะมาใจดีอีกนะ ลูกเต้าก็มีนะ เอาไปเลี้ยงลูกก็ได้ ฉันล่ะเกรงใจเค้าจริง ๆ
คราวหน้าคงต้องช่วยกันออกละล่ะ ไม่ได้ ๆ แบบนี้ไม่ได้
เค้าลำบากกว่าเรามาก เราจะมาให้เค้าเลี้ยงเราไม่ได้
วันเสาร์ก็เอารถไปทำ ติดกันชนมุมเพิ่ม ตอนนี้สวยงามประหนึ่งแคมรี่เลยทีเดียว
ไม่เคยมีใครติด ก็คันฉันนี่แหละคันแรก 555+
ก็ดี มีคนบอกว่าสวย ค่อยรู้สึกไม่เสียดายตังหน่อย
เอาวิทยุให้เค้าเช็คด้วย ปรากฏว่าปลั๊กหลวม ก็เลยเสียบให้ใหม่
เสร็จแล้วกลับบ้านมาหาแม่....ชิบปี้ชิบ ลืมเป้ไว้ที่โชว์รูม
ต้องกลับไปเอาอีกสิ เลยหย่อนแม่ลงข้างทางละกัน
พอดีกะที่ว่า อิวิทยุมันเน่าอีกละ แมร่งรถใหม่นะเนี่ย
กุไม่ได้ซื้อรถใช้แล้วนะ อินี่ พอเอาเข้าไป เซลล์ก็ช่วยบอกว่าจะเปลี่ยนให้ใหม่
แต่หมั่นไส้อีกคนนึง แมร่งบอกว่าเอาของเก่ามาซ่อม
กุจะกระโดดกระทืบให้ อินี่...ออกรถไปอาทิดเดียวเอง จะให้กุซ่อมละ??
ดีที่พี่ช่างอีกคนบอกว่า รถใหม่นะ วิ่งไม่ถึงพันกิโลเลย เค้าก็เลยสรุปความได้ว่าจะเบิกของใหม่ให้เลย
ดีเลย ๆ กุจะได้หรู ๆ คือถ้ามันสรุปความว่าจะซ่อมให้ใหม่นะ กุเอาเรื่องแน่นอน
ไม่รถกุก็โชว์รูมมันต้องพังซักอย่าง
ตอนนี้ก็เลยต้องใช้ของเก่าไปก่อน...รอของใหม่ โฮะ ๆ ๆ
เส็ดแล้วก็เอารถไปทำต่อ...แบบว่าแต่งรถอ่ะ
ก็ไม่เชิงหรอก แค่เอาไปติดไฟอ่านหนังสือเพิ่ม เห็นว่ามันมีประโยชน์ดีอ่ะ
ไฟเพดานมันสว่างไม่พอน่ะ ก็เลยเอาละกัน ติดดีกว่า
แล้วก็ติดไฟส่องรูกุญแจด้วย แต่แมร่งไม่ค่อยจะเห็นเลยสาดดดดดดดดด
เสียดายตังเล็ก ๆ แต่ก็ช่างมันเหอะ ทำมาแล้ว มันก็สวยงามไปอีกแบบ
เย็นกลับบ้านก็นอนเลย เหนื่อยมาก ขอพักหน่อย
ตื่นมาก็มาทำงานเว็ปต่อ แล้วนี่ก็ต้องออกจากบ้านละ งั้นไปก่อนดีกว่า เด๋วไปไม่ทันโดนแม่ตบ June 13 Familyครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานของมนุษย์
ใครกล้าบอกว่าไม่มีครอบครัวมั่ง
ก็พวกกำพร้าไง พ่อแม่ตายห่ากันหมด
บางคนก็จังไรเกิน เกิดมาพ่อแม่ไม่สนใจ ไม่รู้เกิดมาทำไม ทรมานป่าว ๆ
บางคนก็เกิดมาแต่พอแม่ดันพิการตั้งแต่ตัวยังเด็ก ใครละเลี้ยงล่ะทีนี้
แต่ก็นะ ส่วนใหญ่พ่อแม่ทำ ๆ ออกมาก็มีปัญญาเลี้ยงกันทั้งนั้นแหละ
อยู่ที่ว่าปัญญาของแต่ละพ่อแม่มีมากแค่ไหน
เลี้ยงลูกให้สบายหรือลำบากขนาดไหน ชิมิ
พ่อแม่ฉันก็สอนให้ฉันทำอะไรด้วยตัวเอง
เค้าเรียกเลี้ยงแบบ Buffet พูดซะสวยหรู ง่าย ๆ ก็เลี้ยงให้หาแดรกเอง
แบบนี้ก็ดีนะ ถึกดี จะทำอะไรก็ตัดสินใจเองหมด
ถูกผิดไม่ว่า ปรึกษาก็ได้ บรรลัยก็ประสบการณ์
จริง ๆ ไม่เกี่ยวกะที่ตั้งใจเลย
วันนี้พ่อโทรมาหา มันขึ้นเบอร์แปลก ๆ ไม่ได้เมมไว้
แต่คุ้น ๆ เหมือนเป็นเบอร์พ่อ (ก็พ่อเปลี่ยนเบอร์บ่อย)
พอรับ ก็โป๊ะเชะใช่ซะด้วย นานทีปีหนไม่เคยโทรมา
จริง ๆ แทบไม่ได้พูดกันเพราะเหมือนจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกันไปประมาณ 4-5 เดือนได้
แต่ก็เพิ่งจะได้มาคุยกันก็ตอนที่ฉันเข้าโรงพยาบาลนี่แหละ
ประหนึ่งกลัวฉันจะตาย แล้วจะไม่ได้กัดกันอีกล่ะสิน่ะ
แต่ก็ไม่หรอก เขาเป็นห่วงเลยยอมมาเยี่ยมก่อน
วันนี้พ่อโทรมา....ขอตังว่ะ เอ้ออออออ~~
ในใจคิดว่าเขาคงไม่มีจริง ๆ เขาลงทุนถึงขนาดยอมโทรมาขอเลยนะน่ะ
ปกติเค้าก็เป็นคนแบบว่าทิฐิ หยิ่ง ศักดิ์ศรีบ้าบออะไรมากมาย
พอเขาพูดแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลย ก้เลยบอกไปว่าเด๋วโอนให้ละกัน
ตอนกลางวันก้ไปโอนตัง แปลกแฮะ....ไม่ได้รู้สึกเสียดายเลย
รู้สึกเหมือนอยากให้เค้าได้ใช้เร็ว ๆ มากกว่า เค้าคงหมดตังจริง ๆ
โอนเส็ดโทรไปบอก มีการขอบคุณด้วยแน่ะ
อืม.....อย่างน้อยมันก็ยังมีสิ่งดี ๆ อยู่บ้างนะในชีวิต
การได้ช่วยเหลือพ่อแม่นี่มันรู้สึกดีนะ
สุดท้ายแล้ว...ฉันก็มาจบที่ครอบครัวจนได้
ความรักให้ครอบครัว มันบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ วู้!~
วันนี้ก็โทรไปคุยกะแม่อีก ก็เล่าให้แม่ฟังถึงความอัดอั้นตันใจในที่ทำงาน
มันก็รู้สึกโล่งนะ โล่งอย่างบอกไม่ถูก
แต่ก็ไม่ดีนะ เพราะดูแม่เป็นห่วงอย่างแรง
บอกแม่ไปแล้วว่าไม่ต้องห่วงอะไรหรอก แค่บ่น ๆ แล้วยังไงก็คงทนต่อไปอีกซักแปป
ถ้าฉันยังรับมันไม่ได้ ฉันก็ไม่รู้จะทนไปทำไมน่ะ
อนาคตใครจะรู้อ่ะแม่ วันนี้ไม่ดี พรุ่งนี้อาจจะดีก็ได้
วันอาทิตย์ก็จะได้เจอแม่อีกละ จะบอกว่าคิดถึงต่อหน้าก็ไม่กล้าพูด
มันดูน่าอายแฮะ เอาเป็นว่าเจอหน้าก็พอละ 555+
ถามว่าทำไมไม่บอกแฟนเหรอ...ไม่รู้ดิ่
ฉันทำแย่กะเค้าไว้มากมั้ง คือทำให้เขาเห็นว่าฉันไม่มีความรู้สึก
ดังนั้น ฉันก็ต้องไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกอย่างไม่รู้จะเริ่มยังไงด้วย
ชีวิตคู่มันก็ต้องมีแต่ความสนุกสิ เหมือนที่ฉันบอกเค้าไว้
ฉันจะไม่เอาเรื่องเส็งเคร็งของตัวเองไปให้เค้ารับรู้ด้วยปากฉันแน่นอน
แล้วทุกอย่างมันต้องดีขึ้นเอง ความรู้สึกดี ๆ มันค่อย ๆ เพิ่มขึ้นนะ
เรื่องอะไรที่ไม่ได้บอก ก็คือมันไม่มีอะไรน่ะ อย่าสงสัยให้มันปวดหัวเลย
แล้วทุกอย่างมันก็จะดีเอง อย่าพยายามสงสัยในสิ่งที่ไม่เป็นจริง
เพราะฉันจะทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้นะ...โทษฐานหมั่นไส้
งานก็เย๊อะเยอะ....ทำไปก็ไม่รู้ว่าจะโดนไล่ออกเมื่อไหร่
ทำ ๆ ไปก่อนละกัน ถึงเวลานั้นค่อยรู้เอง ฮะฮะ
4:11 AM
ตีสี่กว่า ๆ ละยังไม่ได้นอนเลย
เพิ่งทำงานเว็บเสร็จ ก้เล่นไปบอกเค้าว่าพรุ่งนี้จะทำให้เห็นทั้งหมดเลย
เป็นไงล่ะ ฆ่าตัวเองชัด ๆ เลยกุ ทำไปมันก็เพลินดีนะ...แต่มันเยอะ
แล้วตอนเช้ากุจะไปทำงานไหวมะเนี่ย
วันนี้ต้องส่งโปรแกรมแล้วนี่หว่า...ทำไม่ทันแน่เลย
ก็วันนี้เล่นให้กุทำอีกงานนึงอ่ะ เวลาทำโปรแกรมกุก็หายไป 1 วันสิ
จะให้กุทำงายยยยยย~~ ลองดูละกัน ถ้าเสร็จก็ดีไป ถ้าไม่เสร็จก็บอกเขาไปว่ามะวานเราทำอะไร
ทุกอย่างมันต้องโอเคได้แล้วสิ 11 เดือนคบกันมา 11 เดือนละ...ไม่น่าเชื่อว่าอีก 1 เดือนก็จะครบปีละ
ไม่น่าเชื่ออีกเหมือนกันว่าจะคบกันมาได้นานขนาดนี้
ถึงแม้มันไม่ค่อยจะราบรื่นซักเท่าไหร่ แต่มันก็ประคับประคองกันไปได้
ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเอาอะไรมารักฉัน
ทั้ง ๆ ที่ฉันทำตัวเลวขนาดนี้ ก็ดูไปก่อนละกัน ถ้าทนต่อไปได้...เราก็คงเป็นคู่กันจริง ๆ
แต่กลัวจะทนไม่ได้ก่อนอ่าสิ ถึงวันนั้นฉันคง panic น่าดู
วันนี้หลายอย่างรุมเร้า ไม่มีความสุขเลย
ไอ้ที่เคย think positive มันหายไปไหนหมด
ไม่รู้เพราะว่าพักผ่อนน้อยด้วยหรือป่าว หรือว่างานเยอะเกินไป
ทำไมวันนี้ยิ่งมั่นใจเรื่องออกจากงานนะ....หรือว่ามันจะถึงเวลาแล้ว
รู้สึกไม่มีประโยชน์กับบริษัทเลย คงอีกไม่นานแหละ
เพราะเท่าที่ดู เขาไม่มีเราตอนนี้เขาก็ไม่เดือดร้อนอะไร
เพราะสิ่งที่เข้าต้องการ....เราแทบจะไม่มีให้เขาเลย
พอรู้สึกแบบนี้ ความละอายใจก็เกิด...แล้วจะอยู่ไปไมถ้ามันรู้สึกแต่แบบนี้
Fail กับตัวเองคับวันนี้ redeem ไม่ไหวแล้ว
ไม่แน่ใจว่าคิดสั้นเกินไปหรือป่าว
หรือเป็นเพราะหลายสิ่งรุมทึ้งชีวิตก็ไม่รู้
วันนี้เลยคิดแต่เรื่องลาออกอย่างเดียวเลย เราอาจจะไม่เหมาะกับบริษัทแบบนี้ก็เป็นได้
ควรจะทำยังไงดี...ไม่รู้จะคิดยังไงแล้ว
ทำไมชีวิตการทำงานมันเหนื่อยแบบนี้น๊อ
ก็รู้ว่าต้องเหนื่อย แต่ทำไมมันเหนื่อยได้มากขนาดนี้
เหนื่อยจนท้อเลยแฮะ อาทิตย์หน้าก็ต้องไปจัดการเรื่องเรียนอีก
อ.ก็อะไรไม่รู้ ไม่ตอบเมล์เลย
คณะก็อะไรไม่รู้ ขอเปลี่ยน อ. ที่ปรึกษาก็ไม่ได้
แล้วกุจะจบมั้ยเนี่ย!?? โอนหน่วยกิตไปจบที่อื่นได้มั้ยวะ
ลาออกจากงานแล้วไปเรียนต่อ....ให้จบ
ทำไมชีวิตต้องเจออะไรแบบนี้ด้วยวะ
รถ...ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ได้อยากได้เล๊ยยยย
คิดถึงตอนกลับมาใหม่ ๆ เรียนน้อย ๆ อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ต้องการอะไร
ชีวิตแบบนั้นรถก็ไม่จำเป็น....ผมท้อแล้วนะ
ขอลุยอีกซักตั้งละกัน
ถ้ามันจบงานนี้แล้วไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องออก
มันคงไม่มีโอกาสให้เรียนรู้สำหรับชีวิตการทำงาน
การทำงานก็ต้องทำงานเท่านั้น เราจะมาถือโอกาสเรียนรู้ไม่ได้
อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับบริษัทนี้ล่ะน่า ไม่ได้รังเกียจน๊า
แค่คิดว่าเค้าน่าจะเอาเงินไปให้คนที่พร้อมกว่านี้ ถ้าบริษัทอยากจะโตเร็วขนาดนี้
อีกอย่างความสามารถผมก็ไม่ได้มากกว่าคนอื่นเค้าเลย พวกพี่ ๆ เค้าก็ทำกันได้สบาย ๆ อยู่แล้ว
ถ้าออกจริง ๆ คงจะไม่มี Farewell แน่นอน....i won't accept
ฟุ้งซ่านโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย. ไปนอนดีกว่า |
|
|