Kimi's profile-=[iR A iB lB il T]=-PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    March 22

    ความไม่แน่นอนของจริง

    จะโดนไล่ออกของแท้ละกุ หยุดวันศุกร์ไปอีกวันโดนเมล์ตามตัวเลย สงสัยชีวิตจะวายวอดก็คราวนี้ละล่ะ
    ไปเที่ยวมาก็เจอคนรู้จักสุด ๆ อีก เป็นข่าว gossip แน่กุ
     
    ทำไมบางทีชีวิตก็เข้าใจยากเกินไปวะเนี่ย กลับมาเที่ยว ๆ ๆ ๆ อีกแล้ว เพราะความโสดหรือป่าววะ
    แต่ในเมื่อชีวิตไม่มีพันธะ จะทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด อิอิ
     
    คนที่ใช่ก็ไม่ชอบ คนที่ชอบก็ไม่ใช่ ดังนั้นก็ต่างคนต่างอยู่กันดีกว่า  เพราะผืนไปก็ก็ต้องจบไม่สวยกันอยู่ดี
    ลาก่อนอดีต 555+
    March 17

    ยังไม่ตายอีกเหรอ

    ยังหรอกกุ ยังไม่ตายง่าย ๆ หรอกชีวิตนี้ กว่าจะออกจาก ร.พ. ได้เล่นเอาจะตายกว่าตอนอยู่อีกกุ หาตังออกแทบไม่ทัน  ค่าหมอแพงที่สุดในชีวิตความเป็นคนของกุละ
    ดีนะที่ยังมีประกันช่วยบ้างอะไรบ้าง อิห่าตังก็ไม่ค่อยจะมียังเสือกเป็นโรคแพง ๆ อีก ไม่เจียมเลยกุ
     
    พักหนึ่งวันหลังจากออกจากโรงพยาบาล ปรับปรุงสภาพร่างกายให้คุ้นกับนอกโรงพยาบาลก่อน ไม่งั้นติดนิสัยกิน ๆ นอน ๆ
    พรุ่งนี้เช้าก็ต้องไปลุยงานอย่างจิงจังละ เพราะอาจจะโดนไล่ออกได้โดยไม่รู้ตัว
    อยู่บ้านกับแม่ก็ไม่รู้ทำไรเหมือนกัน  กุก็กินแล้วก็นอนเหมือนเดิม  เห็นหน้าแม่แล้วก็สงสารที่มีลูกอย่างกุเนี่ย
    เมื่อไหร่จะหลุดพ้นซักที  แค่นี้กุก็บาปจะแย่อยู่ละ ดีนะที่ปั่นงานให้เขาเส็ดแล้ว รอดไปอีกหนึ่งเดือน แต่มีเค้าลาง ๆ ว่าต่อไปไม่แน่....งานอาจจะเข้ายกใหญ่
     
    แต่มีงานดีกว่าไม่มีกินวุ้ย ก่อนจะไปกุก็ขอบ้านให้แม่ให้น้องซักหลังเหอะ เอาหลังที่ทุกคนอยู่แล้วสบายใจ จิง ๆ หลังไหนก้ได้  ไม่มีกุอยู่ก็สบายใจกันหมดละ 555+
    ผื่นก็ยังไม่หายไป แต่ก็ยังโชคดีหน่อยที่มันจางลงไปแล้ว นับเป็นสัญญาณที่ดีที่กุจะได้ออกเริงร่าหมือนเดิมได้อีกในเร็ววัน
    ไปทำงานก็ไม่รู้จะไปทำพลาดเอาโรคไปติดคนอื่นหรือป่าว คงต้องระวังตัวฝุด ๆ
     
    ชิหายยยยยยย!!!   ยังไม่ได้ยื่นเรื่องภาษีเลยนี่กว่า  ก็ที่เก่ายังไม่ยอมอาใบทวิมาให้นี่หว่า ทำไงดีกรู๊????
    อีกไม่ถึงครึ่งเดือน  กุต้องไปทำละ ไม่งั้นซวยแน่ อาจจะได้คืนมาบ้างอะไรบ้าง อิอิ
     
    ---------------------------------------------------------------------------------------
     
    ถึงเจ๊นางฟ้า  กุไปทำอะไรให้หรือป่าวอ่ะ งงอ่ะ ทำไมคนนั้นต้องมาขอร้องอะไรด้วย
    ขอโทษละกันนะถ้าพูดหรือทำไรพลาดไป ไม่เคยคิดจะทำให้เจ็บอะไรเลยจิง ๆ นะเนี่ย
     
    เขาบอกให้ปล่อยเจ๊ไปอ่ะ พูดเหมือนจ๊โดนกักขังด้วยอะไรซักอย่างไว้ ถ้าเป็นเพราะกุ กุงงอ่ะ  กุไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นเล้ยยยยยย
    เพิ่งจะออนเอ็มก็โดนซะแล้วกุ....แต่ว่าป็นเรื่องวันอาทิตย์ก็ไม่น่าจะใช่นี่หว่า เพราะว่าเมื่อวานกลับมาก็ออนอ็ม ยังไม่เห็นมีไรเลยนิ
    กุไปทำไรอีกวะเนี่ยยยยยยยยยย ขอโทดโว้ย~
    March 12

    Getting Worse

    ไปกันใหญ่แล้วกุ อาการแมร่งไม่ดีขึ้นเลย วันนี้โดนนอนโรงพยาบาลต่ออีกวัน ผื่นขึ้นเต็มตัวเลย ตอนแรกยังไม่มีเลยแฮะ
    หมอบอกว่าเป็นเพราะเชื้อไวรัสมันขับทำให้เป็นผื่นออกมา แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะดีขึ้นจริงหรือป่าว เค้าบอกว่าไข้จะลดลงไป  แต่ผื่นนี้จะยังอยู่ไปอีก 1 เดือน!!!!!!
    ซวยละไงกุ  เป็นไข้เป็นเหิ้ยไรก็ไม่เป็นไรหรอกนะ  แต่ว่าเป็นผื่นตัวเป็นเม็ดไปหมดนี่สิ ทำไงดีวะกุ แถมตอนแรกมันก็แค่เป็นผื่นอย่างเดียวนะ ตอนนี้มันคัน ๆ ยิบ ๆ ด้วยอ่ะ
    แง ๆ ๆ ๆ กุใกล้จะตายละ แต่ที่แน่ ๆ ก่อนจะใกล้ตายกุต้องหาเงินมาจ่ายค่าหมอให้ได้ก่อนด้วย ไม่รู้จะทำไงดีแล้วกุค่อยว่ากัน  ขอให้มันหายก่อนดีกว่า
    เกรงใจที่ออฟฟิศเหมือนกัน อยากกลับไปทำงานให้มันเสร็จ ๆ ไว ๆ ไม่งั้นอาจจะโดนไล่ออกแน่กุ
     
    ขอให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตกุบ้างเถอะ จะให้กุซวยไปถึงไหนคับ กุพยายามสุด ๆ แล้วนะคับ ไม่มีใครช่วยกุได้อีกละชีวิตนี้
    ที่กุทำไปทั้งหมดแมร่งพลาดหมด....เยี่ยมจิง ๆ  ขอให้หนูหายไว ๆ นะคับ หนูทรมานจะแย่อยู่ละ หรือว่าถึงเวลาของกุละวะเนี่ย??
     
    March 10

    ป่วย ป่วย ป่วย แถมยังซวยไม่เหลือใคร

    อยู่ดี ๆ กุเป็นเชี่ยไรเนี่ย ไม่มีแรงทำไรเลย ขับรถไปหาหมอก็รู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นอะไร แต่พอจะไปทำงานก็รู้สึกทำไม่ได้
    ขับรถกลับบ้านก็เหมือนจะตายให้ได้ เจ็บคอ มีไข้ ปวดตัวไปหมดกุ...จะตายยังเนี่ย ให้ไวเถอะกุ
     
    กลับมาบ้านแม่ก็ไม่ว่างอีก เลยไม่ได้กินข้าวกินยาด้วยซ้ำ นอนยาวจนสี่โมงเย็นเลย เวลาของกุชักใกล้เข้ามาละ ไม่ต้องเหลือใครอีกแบบนี้ก็ดีเหมือนกันวุ้ย
    งานก็ไม่รู้จะเสร็จทันหรือป่าว กุต้องทำให้ได้ไม่งั้นคนอื่นเดือดร้อนตายห่าเลย
     
    ขอให้กุหายซักทีเถอะ ทรมานจะแย่อยู่ละ บอกใครก็ไม่ได้ เพราะกุเล่นเหวี่ยงเค้าไปหมด...ปัญหาที่รุมเร้าก็เราทั้งนั้นที่ก่อ
    ทุกคนที่หายไป  กุจะบอกว่าโชคดีของพวกมืงแล้วนะคับ เพราะอีกไม่นานกุก็จะ.....................................หาย
     
    ----------------------------------------------------------------------------------------
     
    ทนหน่อยนะคับเจ็บแปปเดียว เด๋วก็หาย ทุกอย่างเพื่อตัวคุณเอง ซักวันคุณก็จะรู้คับ
    March 09

    วันไฟสูงแห่งชาติหรือป่าววะ

    ขับรถกลับบ้านวันนี้มีแต่คนเปิดไฟสูงตามหลังมา มันไม่ใช่ว่ากระพริบ ๆ ขอทางด้วยนะ มันเปิดมาตลอดทางข้างหลังโน่นเล้ยยยยยยยย
    มันไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายอะไร แต่สงสัยว่ามันไม่มีมารยาทบนท้องถนนกันเลยหรือไงเนี่ย คันเดียวก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่มันเล่นทุกคันที่ตามหลังกุเล้ยยยยย
    ทำเอากุสงสัยว่าบ้านนี้เมืองนี้มันเปิดไฟสูงขับรถกันเป็นปกติสันดานใช่มั้ยนั่น ไฟทางก็สว่างชิบหาย รถก็เยอะแยะไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นต้องส่องทางไกล ๆ เลยนี่หว่า หรือว่ากุพลาดอะไรในชีวิตความเป็นคนหรือป่าววะเนี่ย ไม่เข้าใจจริง ๆ
     
    แดดร้อนเชี่ยยยยยยย ดำเลยกุ ตอนแรกก็ขาว ๆ อยู่ดีอ่ะเซ็งเลย  ไม่รู้จะแรงไปถึงไหนวุ้ย กุไม่ได้มาอาบแดดนะ
     
    งานก็เยอะ ทำไมงานกุนี่แก้บ่อยจังวะ เป็นเพราะกุชุ่ยหรือเป็นเพราะกุทำงานไม่รอบคอบเนี่ย (สรุปก็เหิ้ยเหมือนกัน) แต่อาเหอะ ยังมีงานอื่นที่ต้องทำอีก คงไม่สายเกินไปที่จะปรบปรุงตัว
     
    วันนี้ถ้าไม่ได้แม่ก็คงจะแย่...ไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่จิง ๆ สุดท้ายตอนไม่เหลือใครแม่ก็อยู่กะเราเสมอจริง ๆ
     
    --------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    หมดใจ...มันเป็นแบบนี้เองเหรอ มันดีแล้วที่มันจบไปตั้งแต่ตอนนี้ อย่างน้อยก็ยังเชื่อได้มากว่ามันยังไม่สายเกินไป
    ความรู้สึกดี ๆ ที่ให้กัน ก็รับรู้ทุกย่าง แต่มันป็นไปไม่ได้จริง ๆ ตอนนี้  ไม่ได้หลงตัวเองว่าดีเลิศศมาจากไหน แต่รู้ดีต่างหากว่าดูแลไม่ได้ อย่าฝืนกันเลยดีกว่า เพราะมันอาจจะกลายเป็น "สายเกินไป" การไม่มีใครซักคนให้ห่วงมันก็เหงา  แต่การไม่มีใครซักคนให้กังวลมันก็โล่ง  อยู่คนเดียวบ้างก็ดี...คนอื่นเค้ายังอยู่ได้เลยว่ะ
    March 05

    อะไรดีวะ

    เปลี่ยนงานใหม่มาได้สี่เดือน  งานชุกสั่ด ๆ แต่ก็ยังชิวได้ตลอดเวลา
    ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ช่วงนี้เที่ยวบ่อยเกิน รู้สึกอ่อนเพลียเหลือเกิน เงินก็ร่อยหรอ  แต่ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้นมาเที่ยวแมร่ง 5 วันติด
    ตอนนี้คิดได้แล้ว...ต้องคิดให้ได้ละล่ะกุ
     
    วันก่อนโน้นนนนนน  ไม่นานมากเท่าไหร่เจอรถคู่ทะเบียนด้วย ชพ-3628 เขาเป็น Toyota Wish สีดำ...เขาจะรู้ไหมว่าเราเป็นรถเลขข้างกัน อิอิ
     
    ตอนเช้าเติมน้ำมัน ยางแมร่งรั่ว ปะก็ไม่ได้เพราะโดนกุญแจเข้าไปทั้งดอกเลย  ใครแมร่งโง่ทำกุญแจหล่นไว้ทั้งดอกเลยวะ  แล้วแมร่งจะเข้าห้องอะไรยังไงวะเนี่ย
    แต่ประเด็นคือ  ไอ้กุญแจเหิ้ยนั่นทำให้กุต้องเอาล้อ spare มาใช้  และต้องเตรียมตัวเสียตังซื้อล้อใหม่
     
    FYI: กุญแจเหิ้ยนั่นยังอยู่บนรถเลย
     
    วันนี้นั่งทำ user control ให้มัน universal ให้ได้ หาทางออกจนได้ ก็เป็นอันว่า เสร็จแล้วเว้ยยยยยย!! (เฉพาะอันนี้นะ ยังมีอีกเป็นตันเลยกุ)
    พวกบรรดาบอสทั้งหลายก็ไม่อยู่ วันนี้รู้สึกถึงอิสระจริง ๆ ทำงานได้โดยไร้ความกดดันนี่มันดีจริง ๆ 555+
     
    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองจริง ๆ ว่าจะเอายังไงกันแน่
    ทำไมไม่เด็ดขาดกับเรื่องนี้ซักทีวะ ชีวิตแมร่งก็เลยค้าง ๆ คา ๆ แบบนี้
    ทางที่ดีที่สุดคือตัดใจให้ได้ ถึงแม้จะติดใจแต่ก็ต้องทำให้มันเป็น one night stand ไป
    เพราะมันดูไม่ได้สนใจกุเล้ยยยยยยยยยยยย  ดังนั้นกุก็ต้องพอให้ได้นะคับ กลับบ้านดีกว่ากุ
    September 04

    Bad Driving Habits

    โดนด่าเรื่องจอดรถขวางไม่เข้าเกียร์ว่างแฮะ....ทีนี้โดนแบบเป็นลายลักษณ์อักษรเลยแฮะ
    ก็มานลืมอ่า  เค้าคงโมโหมากแหละที่เอารถออกไม่ได้  ทำไรไม่ได้  ก็เขียนจดหมายแปะด่าแมร่งซะเลย
    รู้สึกผิดอ่ะ  เค้าต้องจำเป็นเอารถออกมากแน่ ๆ เลยแฮะ  จะไปตามให้ลงมาขยับก็ไม่รู้เจ้าของอีก  จะขอโทดก็ไม่รู้จะขอโทดยังไงแฮะ
    แล้วเค้าจะเอาออกไปตอนไหนหว่า...จำได้ว่าจอดขวางไว้แค่แปปเดียวเอง  เข้าบ้านมาตอนสองทุ่มครึ่งหน่อย ๆ
    ประมาณเกือบ ๆ สี่ทุ่มเห็นซองจอดว่างก็เลยไปขยับเข้าซอง...จำไม่ได้ด้วยดิ่ว่าตอนนั้นเห็นใบ ๆ อะไรหรือป่าว
    เพียงเสี้ยวเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง...กุโดนด่าซะ
    โดนด่าว่าซื้อใบขับขี่มา...โดนด่าว่าทุเรศ  นี่คือแค่ครั้งดียวอ่ะ ว่าเค้าก็ไม่ได้ กุทำผิดเองแทะ ๆ
    ก็ดีย์  ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้เราได้จำไปอีกนาน

    ต่อไปจอดขวางใครก็ใส่เกียร์ว่างด้วยนะคับ  จะได้ไม่โดนเขียนใบสนเท่ห์หรรษาแบบกุ
    (คนเห็นตอนเช้าก็คงงงแหละว่า รถกุอยู่ในซองดี ๆ ทำไมโดนเขียนด่า 555+)

    เปลี่ยนวิธีคิด  ชีวิตก็เปลี่ยน -- เปลี่ยนซะ

    August 28

    งาน งาน งาน

    ช่วงนี้ก็มีแต่งาน งาน งาน แล้วก็งาน
    แต่กุก็ต้องเรียนไปด้วย...เวลาแทบจะไม่มี
    แต่ยังไงก็ยังเที่ยวไม่ยั้ง...ด้วยความคันของผองเพื่อน
     
    อีก 3 วัน ตัดสินชะตาชีวิต..จะหาตังค์ทันมั้ยกุ  ไม่งั้นก็ไม่ได้เรียน
    พรุ่งนี้คุยงานโปรเจคกับ อ. อีก  จะไปรอดมั้ยน๊า~~
    แล้วถ้า อ. รู้ว่ากุยังไม่ได้ลงทะเบียนล่ะ  ทำไงดีน๊า??
    เออช่างมัน...เพราะทุกวันกุก็ช่างมันอยู่แล้ว
     
    งานเยอะมาก แทบไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นเล๊ยยยยย
    นี่ก็เพิ่งจะว่าง เพราะว่า scope ยังไม่ปึ้ก
    เด๋วค่อยไปทำอย่างอื่น  ขอระบายออกก่อน
    ชีวิตก็กระท่อนกระแท่นไปได้เรื่อย ๆ ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะมั่นคงซักที...มะไหร่ดีน๊า
     
    จะว่าไป...กินข้าวที่ไหนดีอ่ะ  หิวแล้วนะ  ง่วงด้วย
    August 17

    Accident

    9:15 AM
    กุขับรถชนกรวยกลางถนน  เวงแล้วกุ  ก็มองไม่เห็น  รถแมร่งก็เยอะ
    เบรคก็ไม่ทัน  เพราะถ้าเบรค  ก็คือโดนชน...ยังงง ๆ แฮะว่าทำไมไอ้คันก่อนหน้าเรามันไปได้วะ
    กุก็เปลี่ยนเลนตามมันไปนี่หว่า  หนีรอดมาได้เพราะโชคดีที่ตำรวจกำลังง่วน ๆ อยู่กับเรื่องจับ ปรับ คนไม่ค่อยผิดอยู่
    ส่วนกุนี่ผิดเต็ม ๆ แล้วอยู่เลนขวาสุด....รอดไปดิ่  ระทึกชิบเนื่องจากรถเสือกติดอีกวันนี้
    วิตกจริตแทะ ๆ กลัวมันขี่มอไซค์ตามมา...แต่ทำไมรู้สึกว่าไอ้กรวยนั่นมันอยู่กลางเลนเลยวะ
    หนีมาได้ละ  โล่งไป 555+  นึกว่าจะโดนจับด่านหน้าซะแล้ว

    Sharing

    ขอบคุณเพื่อนที่มาช่วยรับฟังความรู้สึกของกุ
    สบายใจ  อย่างน้อยก็ได้พูดแล้ว 555+
    ต่อไปจะเป็นไงก็คงต้องปล่อยไป
    ยังไงก็คงจะทำให้ได้อย่างที่ตั้งใจแหละ
    คิดถึงตัวเองให้น้อยลง  แล้วก็ต้องทำให้คนอื่นเค้าสบายใจบ้าง
    อนาคตก็เป็นอนาคต  ไม่ตายก็เรียนใหม่ได้วะ
    แต่ยังไงก็ต้องทำให้คนอื่นเค้าไม่ต้องมาทุกข์กะเราก่อนเป็นดี
     
    เรื่องงานก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่  ตัดสินใจไม่ได้
    แต่ยังไงก็ต้องเต็มที่กับความรับผิดชอบที่ได้มาแต่เก่าก่อนแหละ
    สุดท้ายจะได้ไม่โดนใครเค้าด่าตามหลังได้
     
    ขอบใจเพื่อนอีกครั้ง...มันช่วยได้มากจริง ๆ
    กุจะไม่พลาดด้วยเรื่องแบบนี้อีก
    แล้วกุจะทำให้คนอื่นด่ากุด้วยเรี่องแบบนี้ไม่ได้อีก
    (เรื่องเรียนไม่เกี่ยว...มันมีที่มาที่ไปโว้ย)
     
    ทำ proposal ต่อดีกว่า ง่วงชิบ
    August 15

    ปวดหัว อ๊อกแตก

    ทำงานดีกว่า  เด๋วไม่เส็ดแล้วโดนด่าอีก
    แล้วเมื่อไหร่กุจะหายเนี่ย  ทรมานแทะ ๆ

    despair

    ไม่กี่คนที่รู้  ไม่กี่คนที่เข้าใจ  และไม่กี่คนที่รับได้
    ทำไมมันแตกต่างได้มากขนาดนี้  ความรู้สึกต่าง ๆ นานามันเข้ามาพร้อม ๆ กันในครั้งเดียว
    กุรับไม่ไหวจริง ๆ นะวันนี้  หมอดูก็บ๊อกบอกว่าดวงตก  แต่ใครจะคิดว่ามันจะตกมากขนาดนี้
    ทำตัวเองทั้งนั้น  ทำให้เค้าสะใจตัวเองทั้งนั้น
     
    ไม่ต้องตามหา  เพราะหายังไงก็จะหาไม่เจอ
    ไม่ต้องโหยหา  เพราะยังไงก็จะสนองให้ไม่ได้
    ไม่ต้องขอโทด  เพราะกุเท่านั้นที่ทำผิด
    ไม่ต้องขอบคุณ  เพราะกุไม่เคยทำอะไรดี ๆ ให้เลย
    ไม่ต้องให้อภัย   เพราะกุไม่ต้องการ
    ไม่ต้องสงสาร   เพราะมันทรมานกว่าการโดนด่า
    ไม่ต้องอำลา   เพราะมันจะมีภาพสุดท้ายฝังอยู่
    ไม่ต้องอยากรู้   เพราะเด๋วกุมาบอกเอง
    ไม่ต้องถามด้วย  เพราะไม่รู้จะตอบไงอ่า~~
     
    มึน ๆ แฮะ  เป็นไรหว่า...คิดไม่ออกละ
    August 11

    วันหยุดที่ไม่ได้หยุด

    MSN กุเป็นไรหว่า อยู่ดี ๆ ก็ไม่เหมือนเดิม
    ไม่รู้จะแก้ไง...แชทได้ก็พอละล่ะมั้ง  ตามนั้น
    หยุดยาวสามวันเป็นสัญญาณที่ดี  วันแม่ด้วยดิ่  ไปหาแม่ดีมั้ยอ่ะ
    ไปหาแม่ก็แปลว่าได้ตัง 555 งั้นไปดีกว่า  ไม่มีตังแดรกข้าวละ
     
    พักผ่อนนิดหน่อยตามประสาห้องร้อย  แมร่งร้อนจริง ๆ นะ  ร้อนจนนอนไม่ได้เลย
    ฝนก็ทำท่าจะตก  แต่ก็ไม่ตกซักทีแน่ะ  ถ้ามันตกก็คงสบายกว่านี้ 555
    ปัญหาทุกอย่างกำลังอาจจะไปได้ด้วยดีในอีกไม่ช้า
     
    รถก็กำลังตัดสินใจว่าจะเอาไงดี  ขายดีหรือไม่ขายดี  ถ้าไม่มีเงินให้เขาก็ต้องขาย
    เป็นการตัดหนี้สินเป็นเรื่อง ๆ ไป  อุ่นใจขึ้นที่พอมีลู่ทางบ้าง  ไม่นานหรอกน่ะ
     
    ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ช่วยเหลือเวลายามยาก  ทุกคนต่างช่วยในสิ่งที่พอจะมีกำลังช่วยได้  ซาบซึ้งจริง ๆ
    ถ้าเคลียร์เรื่องเรียนเสร็จ  ก็คงไปได้สวยละล่ะ
    อยู่คนเดียวก็คิดอะไรได้หลายอย่าง  มันไม่มีอะไรสำเร็จรูปได้หมดหรอก
    มันมีแต่กึ่งสำเร็จรูปเป็นมาม่าท้างน้านนนนนนน~~~
     
    วันหยุดก็ยังโดนโทรทวงตามงาน  แต่ทำไงได้  มันคือความรับผิดชอบที่รับปากเค้าไว้แล้ว
    ทำ ๆ ไปก็สนุกดี  ไม่ต้องมาคิดอะไรให้ฟุ้งซ่าน  ทำเสร็จดี ก็ได้ตังด้วย...ข้อดีมีเยอะแยะ
    สิ่งดี ๆ มีเยอะแยะ  สิ่งแย่ ๆ จะไปสนใจมันทำไม (หลอกตัวเองแทะ ๆ)
    นอนน้อยอีกละ  ไปนอนดีกว่า  ค่อยมาทำต่อให้เส็ด 555
    August 09

    พลาดอีกแระ

    สิ่งที่กุอยากได้จากการเขียนบลอคนี้ก็ได้มาแล้วขอบใจที่เข้ามาบอกความรู้สึกจริง ๆ ว่าเป็นไง
    ที่มืงพูดมาก็ถูกหมดไม่ผิดเลย  มืงอย่าเอาเรื่องเพื่อนเลว ๆ อย่างกุมาคิดมากละกัน
    เรื่องนี้ก็คงถึงหูคนรู้จักกุหมดแล้ว  ก็คงกลัวกุกันหมดละล่ะ

    เรื่องที่กุทำให้ทั้งหมด  กุก็จริงใจทำให้มืงทุกอย่าง  แต่มืงไม่รู้สึกหรอกเพราะมืงก็เคยเห็นว่ากุเป็นเพื่อนที่ต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ นานา
    ซึ่งมันก็จริง  ขอบคุณที่ช่วยเหลือกุมาทุกสิ่งอย่าง เรื่องดี ๆ ที่มืงเคยช่วยกุกุก็บอกไว้หมดแล้วตอนก่อนกุไปอินเดีย  blog มันทุกคนในเซเว่น
    มืงคงจำไม่ได้ดิ่  โทดทีว่ะที่คอยรบกวนมืงมาตลอด 4-5-6 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่มารับมาส่งกุตอนเรียน  ทั้งให้เงินยืม  เลี้ยงข้าว  ลอกการบ้านให้  ไหนจะตอนฝึกงานอีก  ให้ยืมโทรศัพท์
    กุไม่เคยลืมว่ะ

    เรื่องโปรเจคพวกมืงเครียดกันเพราะอะไร  ทั้ง ๆ ที่กุก็บอกแล้วว่ากุจะช่วย  แล้วมืงจำได้ป่ะ  อ.บอกให้เพิ่ม requirements กุก็เอามาแก้ให้มืง
    กุเคยบอกป่ะว่าให้ไปหาคนทำเอง  หรือว่ากุไม่ว่างไม่ทำให้  กุมีแต่บอกว่า อาจจะช้าหน่อย  กุจะหาวิธีให้  หรือว่ากุทำให้  แต่ช้าหน่อยละกัน
    กุจำได้ช่วงนั้นกุนั่งรอพวกมืงออนไลน์เกือบทุกวัน  เสียค่าเน็ตที่โน่นทุกวัน...พวกมืงมาบ้างไม่มาบ้าง  กุก็ไม่สบายใจเพราะไม่รู้จะเทสอะไรยังไง
    กุก็ไม่ได้ทำอะไรให้เลยดิ่...กุก็ห่วงพวกมืงไม่ต่างกันหรอก  เห็นพวกมืงจบกุไม่เคยบอกเลยว่าเป็นเพราะกุ  ถ้าไม่ใช่พูดเล่น ๆ
    กุจำได้ว่ากุมีแต่บอกว่าขำ ๆ เด๋วทำต่อ  หรือไม่ก็ทำใหม่  หรือไม่ก็กุซะอย่าง  ไม่มีปัญหา
    แล้วไง  พวกมืงก็สบายใจดิ่  คราวก่อนมืงบอกจะช่วยโปรเจคเก่า  กุขอให้ช่วยทำ db ไทย  มืงก็ยังแบบ...ประมาณว่าไม่ไหว  กุก็เข้าใจว่ามืงทำงานแล้ว
    งานมืงก็หนักแล้วจากที่ตอนนั้นได้คุยกัน  กุก็เลยไม่อยากรบกวนมืง  สิ่งที่กุให้พวกมิงได้อ่ะ  ก็แค่ความช่วยเหลือทางความสามารถที่กุพอจะมีแหละ
    กุไม่สามารถช่วยเหลือมืงได้พวกปัจจัยต่าง ๆ ได้ เพราะตัวกุเองยังเอาไม่รอดเลย

    สุดท้ายก็ดีเหมือนกัน  ถ้ามืงจะไม่กล้ายุ่งกะกุอีก  อย่างน้อยมืงก็จะได้สบายใจได้ว่ากุจะไม่ไปรบกวนมืงอีก
    กุมันไม่เหมือนเพื่อนของมืงคนอื่นตรงที่พวกเค้าไม่เคยรบกวนใจ  รบกวนชีวิตมืง  แต่กุเป็น...เพราะกุจัดการชีวิตยังไม่ได้
    เรื่องหนี้สิน  หนี้ชีวิตที่กุค้างมืงไว้  (ก็รวมทั้งแกปทั้งเฮินด้วยอ่ะ) กุจะพยายามคืนให้อย่างเร็วที่สุดว่ะ
    กุพลาดเองที่ซื้อรถ  ถ้ากุขายมันออกได้  กุจะเอาไปคืนมืงละกันนะ
    ความรู้สึกดี ๆ อ่ะมันมีเยอะ  ฝากขอบคุณพ่อกะแม่มืงด้วยละกันที่ช่วยเหลือกุมาด้วย
    กุไม่เคยลืมนะ  (อย่าเพิ่งคิดว่ากุลามปาม...ไหน ๆ ก็ครั้งสุดท้ายแล้ว)

    ขอบใจอีกทีที่เตือนสติกุได้อย่างดี  อย่างที่กุบอกในบลอค  กุจะไม่เรียกร้องอะไรจากมืงอีกต่อไป
    ข้อความเก่า ๆ ยังไม่หายไปไหน  ยังอยู่กะกุ  และมืงก็จะรู้
    กุไม่รู้ว่าแบบไหนที่มืงคิดว่ากุไม่ใช่เพื่อน  แต่ถ้ามืงเข้าใจแบบนั้น  ก็ช่วยไม่ได้ว่ะ
    กุว่าละล่ะว่าการที่กุไปขอความช่วยเหลือแบบนี้อีก  กุก็จะแย่อีก
    มืงคงโกดกุมากดิ่  เกลียดไปด้วยเลยใช่ป่ะ  กุทำตัวเองทั้งนั้นแหละ....กุก็จะไม่รบกวนอะไรมืงอีกละล่ะ  สบายใจได้

    ชีวิตกุพลาดมาเยอะละ  กุหวังว่าครั้งนี้กุจะตัดสินใจไม่พลาดละกัน  โชคดีว่ะ

    August 07

    ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย....แต่ความควายจะทำให้มืงตายสิ

    วันนี้ความฉลาดก็มาครอบครองอีกแล้วเมื่อผมได้ถอยมินิแคมรี่คันง๊ามงามไปสอยกันชน CRV เน่า ๆ ที่จอดนิ่ง ๆ ซะกันชนท้ายมินิแคมรี่ยับได้อีก
    รถก็คันด๊ามมมมมมมมมมมมมมมมมมดำ  เสือกจอดหน้าแหลมขึ้นมาอีก...กุมองไม่เห็นคร่ะ  สอยแมร่งซะ..หรรษาไป
     
    รีบก็แสนรีบ...อิป้าเจ้าของรถก็เดินลงมาดู
    ไม่เห็นเป็นเหิ้ยไร  มืดดก็ขนาดนั้น....แต่มันไปแทะ ๆ ของมันจนมันได้แผลแตก ๆ มา แล้วก็เลยบอกว่า....รถชั้นเสียหาย
    คร่ะ  อิป้า  ตามสบาย  มืงทำไรก็เชิญ
     
    ต่างคนต่างเรียกประกัน  แต่ประกันกุติดงานอีกที่  เลยจะให้เซ็นใบ knock ไป...อิป้านี่ไม่ยอม  ขอด่าหน่อยนะ
    ขอนิดเดียวจริง ๆ ... แทนชื่ออิป้านี่ว่าอิชะนีเฒ่านะ  ขอร้องล่ะ  เห็นใจกุหน่อยเกลียดมันจริง ๆ
    โทรถามประกัน...ประกันก็ถามว่ามีใบ knock มั้ยเพราะว่าต่างคนต่างก็ชั้น 1 เซ็นใบ knock ก็เคลมกันได้หรรษาไป
    ผมก็เดินเข้าไปบอกอิชะนีนั่นดี ๆ ... อินี่ทำหน้ามึน  หน้าง่าว  หน้าโง่  หน้าดักดาน  หน้าจุดยืน  กลับมาว่าไม่ยอม
    กุก็บอกแล้วนะว่ากุรับแสนจะรีบ  อิชะนี่ง่าวนี่ก็บอกว่าเด๋วประกันมาให้รอก่อน  ก็เลยพยายามอธิบายไปว่า
    จริง ๆ แล้วก็ต่างคนต่างเซ็นแล้วเก็บไว้ปเคลมของตัวเอง  ก็จบ
    อินี่ก็คร่ำครึไม่ยอม ๆ ผมเองก็จนใจไม่รู้จะให้การศึกษาเรื่องประกันมันอย่างไรแล้ว  ก็เลยต้องปล่อยให้มันทำตามวิธีของมันไป
     
    ไม่เข้าใจว่า  ปากกุก็บอกไปแล้วนะว่า กุผิดจริงจิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง  มืงเอามากุเซ็นให้
    กุไม่เถียงเลยซักคำ   แต่ความสตึของมันนี่ก็ยังจะทำให้กุเสียเวลาหลายสิ่งไปหมด
    โมโหนัก....คือขอร้องเหอะคนเราอ่ะ  หลายต่อหลายคนก็มักจะชอบพูดว่า ผู้หญิงขับรถงี่เง่า  แค่นั้นก็น่าอายพอแล้วนะ
    ขอร้องล่ะเวลาเกิดเหตุแบบนี้  อย่าเอาความงี่เง่า  โง่เง่า  สถุลดักดานมาถ่วงเวลาทำมาหาแดรกของคนอื่นได้ป่ะ
    ถ้ามันตกลงกันไม่ได้อย่างกลางถนนก็ว่าไปอย่าง  แต่นี่คือกุเองคนผิดก็บอกอยู่แล้วว่าผิด  ก็ยังทำให้เรื่องมันใหญ่
    ไปเรียกพวกมาดูใหญ่....กุก็โอ้ยยยยยยยยย  รถบุบแค่เนี้ยอ่านะ  ของกุบุบมากกว่ามืงยังไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย
    ของมันนะ  ขับไปไม่มองแมร่งก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่คือด้วยสันดานคนเราอ่ะนะ  ของใครใครก็หวง...แต่ทำไมกุไม่เลยน๊อออออ~~
    กุก็ผิดเองที่งัวเงีย ๆ ไม่ทันได้มอง...เลยไปสอยมัน  ก็เป็นบทเรียนไป  ยังโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก
    รถบุบก็ช่างมัน  เคลมประกันก็หรรษา  ไหน ๆ ก็จ่ายเบี้ยไปละ  จะให้มันกินไปฟรี ๆ ได้ไงวะ 555
     
    ไปดีกว่า....ไม่รู้จะซวยอะไรได้อีก
     
    ล.ป.  เกลียดอิชะนี่เฒ่าเง่าโง่นั่นมาก  อย่าให้เจออีกนะมืง  1927 กุจำได้นะมืง...โง่นักอินี่
    July 04

    คราวซวย

    คนเราเกิดมาพร้อมดวง...เชื่อหรือไม่??
    ดวงคนเราก็มีทั้งดวงดีและดวงซวย....เชื่อหรือไม่??
     
    ดังนั้น  คนเราในหนึ่งชีวิตก็ต้องมีทั้งดวงดีและดวงซวยอย่างน้อยคนละหนึ่งครั้ง...
    บางคนดวงดีมากหน่อย  ซวยน้อยหน่อยก็เป็นบุญพาวาสนานำเลิศ ๆ กันไป
    แต่บางคนก็ซวยมากหน่อย  ดีน้อยหน่อย  ก็หยวน ๆ กันไปละกันน่ะ
    อต่บางคนซวยมากมาย  ดีน้อยนิดกะจิ๊ดริด....เกิดมาทำไม?? แป่ววววว!!
     
    พูดถึงคราวซวย  สองวันมานี้ได้รับรู้เรื่องซวย ๆ ของคนอื่นมาสองวันติด
    อย่างแรกคุณพี่สาวโทรศัพท์มือถือหาย....คือแบบว่าเอาทิ้งไว้ในร้าน
    แล้วออกไปจ่ายตังค่าข้าว  ประมาณห้านาทีเท่านั้น  กลับมามือถือในร้านหายไปแหล่ว
    ซื้อมายังไม่ถึงสองเดือนเลยมั้งน่ะ....ใครจะรู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิด
    กลางวันแสก ๆ แทะ ๆ แล้วเอาคืนไม่ได้ด้วยนะน่ะ....ซวยมะล่ะ
     
    เรื่องที่สองเพื่อนของแฟนทำงานอยู่สถานฑูตอังกฤษ
    มีชะนีนางหนึ่งมาทำเรื่องของวีซ่า...คิดว่าเป็นอาชีพของชี เพราะชีมาบ่อยมาก
    ปรากดว่าธุระกรรมวีซ่าของชีไม่สำเร็จ  เพื่อนที่เป็นคนทำให้ก็ไม่รู้ทำไง
    ก็บอกให้ไปติดต่อที่สถานฑูตเอาเอง  ชีก็โวยวายว่าทำไมไม่ได้  ก็ไหนบอกว่าได้แล้ว
    เพื่อนไปทำอิท่าไหนไม่รู้แฮะ  อยู่ดี ๆ หลังจากนั้น  ชีไปดักอยู่หน้าห้องน้ำ
    แล้วมาต่อยหน้าเพื่อนซะงั้น  แถมมีการส่งท้ายว่า  อย่าไปแจ้งความนะ  ไม่งั้นจะเอาเพื่อนผู้ชายมายำ
    นี่ขนาดเป็นออฟฟิศในสถานฑูตอังกฤษนะเนี่ย....ยังโดนได้ขนาดนี้  ซวยแมะ??
    เพื่อนก็หน้าบวม กลับมาที่ออฟฟิศเจ้านายถามสิ  ก็เล่าไปแล้วก็ยกพวกกันไปหาอิชะนีนั่น
    คิดว่าจะมีอะไรดี ๆ ซะอีก  กลับกลายเป็นว่า เจ้านายของทั้งสองฝ่ายมาทะเลาะกันเองอีก
    เพราะต่างคนต่างปกป้องลูกน้องตัวเอง  แล้วก็สรุปความได้ว่า...ต่อไปจะไม่ให้อิชะนีไปอีก
    แล้วคืออะไรเหรอ??  จบเหรอ??  ไม่เข้าใจ??  ทำไมอิเพื่อนไม่ไปแจ้งความ
    แบบนั้นไม่ใช่บันดาลโทสะนะน่ะ  เพราะมันไม่ได้เกิดทันทีที่เกิดเรื่อง
    มันดักรอหลังจากนั้นตั้งนานอ่ะ  มันตั้งใจวางแผน  ทำร้ายร่างกายโดยตั้งใจแถมยังขู่อีก
    มันโดนนะน่ะ...กุก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมแบบบนี้ถึงยอม
    ถ้าเป็นกุนะ...มันมีเวลาขู่มากขนาดนั้น  อินั่นต้องไม่ตัวปลิวกลับไปแน่ ๆ
    ชะนีก็เหอะ...คิดว่าทำอะไรได้ทุกอย่างเรอะ  คนดี ๆ กุก็ไม่ทำหรอกนะ
    แจ้งความสิโว้ยยยยยยยยยยยยยยย  กล้วห่าไร??
     
    เรื่องที่สามก็สด ๆ ร้อน ๆ คับเมื่อเช้านี้เอง
    ขณะขับรถ chill อยู่บน motor way
    TEANA คันงามนำหน้าอยู่...ก็ขับไปชื่นชมไปว่าสวยดีนะ  ทำไมตอนซื้อไม่ดูเลยวะ
    ปรากดว่า...อยู่ดี ๆ มีล้อลอยดิ่งตั้งฉากกับแนวระนาบถนนออกมาจาก TEANA คันงามนั้น
    ชิบหายสิ  กุตามอยู่...ล้อพุ่งตรงไปฉ้นก็ต้องหลบ....พอหลบพ้นก็เลยลองหันไปมอง
    คิดว่าล้อหลุด...แต่ล้อห่าไรจะหลุดพุ่งดิ่งทะยานอัมพรขนาดนั้น   ภาพที่เห็นคือ...
    TEANA คันงาม ยามมองจากด้านหลัง กลายเป็น TEANA ดั้งหักกระจกหน้ายุบแตกไปเลย
    ตกใจชิบ...TEANA นี่ซวยจริง ๆ พยายามคิดว่าอาจจะเป๋นอยู่แล้ว  แต่คิดว่าไม่เพราะตอนที่เราขับสรรเสริญมา
    เขาก็ขับปกติ  มองลอดกระจกไปก็ไม่มีอะไรผิดปกติ  คิดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นสด ๆ มากกว่า
    ขนาดวันนี้ขับช้า ๆ นะ  TEANA ดั้งหักก็คงไม่ต่างกันเพราะขับห่าง ๆ กัน
    คันนั้นหลักล้าน....นะน่ะ  นี่ถ้า TEANA ขับเร็ว ๆ ไป แล้วเราก็เร็ว ๆ ตาม
    คันที่ระทึกคงเป็น mini CAMRY ของกุเป็นแน่แท้....เคลมให้ได้นะจ๊ะ TEANA สุดสวย
     
    และนั่นคือความซวยที่เกิดขึ้นรอบตัว
    ชักกลัวแล้วสิ...กลัวว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง  ไปทำบุญดีกว่า
    ใครไม่เชื่อ  กุเชื่อ  ตั้งแต่ย้ายบ้านก็ไม่ได้ทำบุญเลย
    คือไม่มีโอกาสน่ะ...แล้วจะให้ทำไงอ่ะ  มันไม่มีโอกาสนิ
    ต่อไปก็น่าจะได้ทำมากขึ้นล่ะ
     
    ขอบคุณพี่อั๋นที่เป็นห่วงนะคับ  อุตส่าห์โทรมาขนาดเหนื่อยจากงานขนาดนั้น
    คำแนะนำก็แสนเจ๋ง   เด๋วผมว่าจะทำวันนี้เลย
    ส่วนเรื่องทั้งหมดมันเป็นความผิดผมคนเดียวน่ะคับ...รู้ตัว
    เรื่องที่จะถามพี่แฟงก็อย่างที่บอกไปอ่ะคับ
    ผมแค่อยากรู้ว่า อ. รับข้อมูลไปแบบไหน  ถ้ามันรุนแรงม๊ากมากกกกกกก ผมจะได้มุ่งมั่นเปลี่ยน อ. ไปเลย
    เพราะมันคงไม่ดีแน่ ๆ ถ้าเนื้อหาที่ อ. รับไปมันรุนแรงจัด
    แต่ถ้าเนื้อความที่ อ. รับรู้มันพอทนได้ ผมก็จะได้เดินหน้าติดต่อ อ. อยู่
    คำนึงที่กินใจมากคือ...บอก อ. ไปเลยว่าไม่สนใจจะเปลี่ยน อ.แล้ว ขอให้จบก็เป็นพอ
    พอได้ฟังแบบนั้นแล้วรู้สึกฮึดขึ้นมาทันควัน....555+ ว่าแล้วก็ไปติดต่อ อ. ดีกว่า....จะรอดมั้ยเนี่ย...หรือนี่จะเป็นคราวซวยของเราแล้ว
    แง่งงงงงง!!!
    July 03

    เสียจริต

    ความสุขของชีวิตหายไปอีกละ....หายไปไหน  ถ้าไม่ใช่เราทำมันหายไปเอง
    ทุกอย่างขึ้นอยู่กะความคิดของเราทั้งน้านนน~~
     
    หัวสมองมักจะคิด negative อยู่เสมอในครั้งแรก
    นั่นเป็นเพราะสัญชาตญาณในการ self-defense ที่เติบโตมา
    เวลาผ่านไป....อาจจะเปลี่ยนได้หรืออาจจะเปลั่ยนไม่ได้เอาซะเลย
    อยากเปลี่ยนว่ะ ต้องเปลี่ยนให้ได้
     
    หน้าที่การงานก็เริ่มโอเคแล้ว...แต่มันดูยุ่งเหยิงเกินไปหรือป่าว
    ไม่ได้ท้อนะ  แต่เหนื่อยซะมากกว่า...เหนื่อยใจ
    เพราะงานที่ได้ก็ไม่ค่อยจะถูกใจ...อีกทั้งยังปัญหาอื่น ๆ อีก
    ถ้าออกแล้วจะช่วยได้มั้ยอ่า.....กุไม่รู้
     
    งานอีกที่ก็โอเค...ต้องเร่งทำซะแล้ว
    ไม่งั้นมันก็จะพอก ๆ ๆ ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น
    ต้องพักผ่อนให้พอเพียงแล้วลุยต่อ
    ชีวิตก็ต้องสู้สิคับเนี่ย
     
    เรื่องเรียน...ตอนแรกก็ว่าจะ chill แล้วนะ
    วันนั้นพี่แฟงไม่น่าพูดเลยอ่ะ  "1.หุบปาก  2.ทำโปรเจคไป"
    คำถามก็ผุดขึ้นมา  ใครเอาที่กุพูดไปพูด  เมื่อไหร่  ยังไง
    เพราะหลัง ๆ มานี่ไม่ได้พูดอะไรแล้วนี่นา...เล่นเอาเบลอเลยกุ
    พี่แฟงมาเคลียร์ด่วนนนนนน
    สงสัยจะไม่มีงานรับปริญญาเหมือนคนอื่นเค้าซะแล้วสิ
    อ. ที่ปรึกษาก็ไม่เหมือนคนอื่นเค้าด้วยสิ  คณะก็คงไม่ให้เปลี่ยน อ. ที่ปรึกษาด้วยสิ
    ไม่จบจริง ๆ เหรอ...ทั้ง ๆ ที่กุก็ทำโปรเจ็คนะ
     
    เหตุการณ์แย่ ๆ มาทำให้เสีย balance ในชีวิตคั่ก ๆ
    มันเซ ๆ ยังไม่ล้ม ขอเวลาตั้งตัวให้ได้ก่อนนะ
    มีความสุขทีไรไม่เคยมาที่นี่เลย
    มีเรื่องทีไรกุก็เอามาบ่นทุกที...ไม่มีใครฟังนี่หว่า 555
    บ่นเสร็จละ  ไปทำงานดีกว่า
    June 17

    ก่อนเดินทาง

    ตามชื่อเรื่อง....ว่างจัด  รอออกจากบ้าน  มาอัพเดตชีวิตซักหน่อยดีกว่า
     
    เรื่องที่ทำงาน  ความรู้สึกแรงกล้ามันเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
    ยิ่งอยู่ยิ่งมั่นใจว่าจะ fly away แค่รอเวลาเท่านั้น
    รอเวลาว่าต่อไปหากฉันยังเป็นแบบนี้อยู่
    ฉันก็จะไปจริง ๆ ล่ะ  รอดูไปอีกแปร๊บ
    ช่วงนี้ก็ร่อนใบสมัครไปก่อนดีกว่า  หนุกดี
     
    วันศุกร์ก็งานไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่  รีบ ๆ ทำงานที่เค้าให้มาให้เสร็จ ๆ ไป
    จะได้คุยอะไรหลายสิ่งได้ซักที  คนอื่นจะได้ว่าเราไม่ได้
    ตอนเย็นก็ไปกินข้าวกะพี่ที่ร้านอาหาร
    พี่เค้าจะออกจากที่นั่นแล้ว  ก็ปัญหาภายใน  แบบไม่พอใจการกระทำของคนอื่นที่ทำกับตัว
    มันก็เหมือน ๆ กันแหละ  ฉันก็รู้สึก discriminated เหมือนกัน จุดจบคงเป็นเหมือนกัน
    ไปกินร้านอะไรก็ไม่รู้  จำไม่ได้แระ  อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
    อากาศดีนะ  แต่พอดีว่าเหนื่อย  เลยไม่ค่อย enjoy ซักเท่าไหร่
    แต่ตอนจ่ายตังนี่สิ  อ้วกแตกเลย  กินกันหน่อยเดียวเองอ่ะ  1600 กว่า ๆ
    แล้วพี่เค้ายังเลี้ยงฉันอีก  คือแบบว่า....เงินเดือนฉันเดือนเดียวยังมากกว่าเงินเดือนพี่ ๆ รวมกันเลย
    ยังจะมาใจดีอีกนะ  ลูกเต้าก็มีนะ  เอาไปเลี้ยงลูกก็ได้  ฉันล่ะเกรงใจเค้าจริง ๆ
    คราวหน้าคงต้องช่วยกันออกละล่ะ  ไม่ได้ ๆ แบบนี้ไม่ได้
    เค้าลำบากกว่าเรามาก  เราจะมาให้เค้าเลี้ยงเราไม่ได้
     
    วันเสาร์ก็เอารถไปทำ  ติดกันชนมุมเพิ่ม  ตอนนี้สวยงามประหนึ่งแคมรี่เลยทีเดียว
    ไม่เคยมีใครติด  ก็คันฉันนี่แหละคันแรก 555+
    ก็ดี  มีคนบอกว่าสวย  ค่อยรู้สึกไม่เสียดายตังหน่อย
    เอาวิทยุให้เค้าเช็คด้วย  ปรากฏว่าปลั๊กหลวม  ก็เลยเสียบให้ใหม่
    เสร็จแล้วกลับบ้านมาหาแม่....ชิบปี้ชิบ  ลืมเป้ไว้ที่โชว์รูม
    ต้องกลับไปเอาอีกสิ  เลยหย่อนแม่ลงข้างทางละกัน
    พอดีกะที่ว่า  อิวิทยุมันเน่าอีกละ  แมร่งรถใหม่นะเนี่ย
    กุไม่ได้ซื้อรถใช้แล้วนะ  อินี่  พอเอาเข้าไป  เซลล์ก็ช่วยบอกว่าจะเปลี่ยนให้ใหม่
    แต่หมั่นไส้อีกคนนึง  แมร่งบอกว่าเอาของเก่ามาซ่อม
    กุจะกระโดดกระทืบให้  อินี่...ออกรถไปอาทิดเดียวเอง จะให้กุซ่อมละ??
    ดีที่พี่ช่างอีกคนบอกว่า  รถใหม่นะ  วิ่งไม่ถึงพันกิโลเลย  เค้าก็เลยสรุปความได้ว่าจะเบิกของใหม่ให้เลย
    ดีเลย ๆ กุจะได้หรู ๆ  คือถ้ามันสรุปความว่าจะซ่อมให้ใหม่นะ  กุเอาเรื่องแน่นอน
    ไม่รถกุก็โชว์รูมมันต้องพังซักอย่าง
    ตอนนี้ก็เลยต้องใช้ของเก่าไปก่อน...รอของใหม่ โฮะ ๆ ๆ
     
    เส็ดแล้วก็เอารถไปทำต่อ...แบบว่าแต่งรถอ่ะ
    ก็ไม่เชิงหรอก  แค่เอาไปติดไฟอ่านหนังสือเพิ่ม  เห็นว่ามันมีประโยชน์ดีอ่ะ
    ไฟเพดานมันสว่างไม่พอน่ะ  ก็เลยเอาละกัน  ติดดีกว่า
    แล้วก็ติดไฟส่องรูกุญแจด้วย  แต่แมร่งไม่ค่อยจะเห็นเลยสาดดดดดดดดด
    เสียดายตังเล็ก ๆ แต่ก็ช่างมันเหอะ  ทำมาแล้ว  มันก็สวยงามไปอีกแบบ
    เย็นกลับบ้านก็นอนเลย  เหนื่อยมาก  ขอพักหน่อย
    ตื่นมาก็มาทำงานเว็ปต่อ  แล้วนี่ก็ต้องออกจากบ้านละ  งั้นไปก่อนดีกว่า  เด๋วไปไม่ทันโดนแม่ตบ
    June 13

    Family

    ครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานของมนุษย์
    ใครกล้าบอกว่าไม่มีครอบครัวมั่ง
    ก็พวกกำพร้าไง พ่อแม่ตายห่ากันหมด
    บางคนก็จังไรเกิน  เกิดมาพ่อแม่ไม่สนใจ  ไม่รู้เกิดมาทำไม  ทรมานป่าว ๆ
    บางคนก็เกิดมาแต่พอแม่ดันพิการตั้งแต่ตัวยังเด็ก  ใครละเลี้ยงล่ะทีนี้
    แต่ก็นะ ส่วนใหญ่พ่อแม่ทำ ๆ ออกมาก็มีปัญญาเลี้ยงกันทั้งนั้นแหละ
    อยู่ที่ว่าปัญญาของแต่ละพ่อแม่มีมากแค่ไหน
    เลี้ยงลูกให้สบายหรือลำบากขนาดไหน  ชิมิ
     
    พ่อแม่ฉันก็สอนให้ฉันทำอะไรด้วยตัวเอง
    เค้าเรียกเลี้ยงแบบ Buffet พูดซะสวยหรู  ง่าย ๆ ก็เลี้ยงให้หาแดรกเอง
    แบบนี้ก็ดีนะ  ถึกดี  จะทำอะไรก็ตัดสินใจเองหมด
    ถูกผิดไม่ว่า   ปรึกษาก็ได้   บรรลัยก็ประสบการณ์
     
    จริง ๆ ไม่เกี่ยวกะที่ตั้งใจเลย
    วันนี้พ่อโทรมาหา  มันขึ้นเบอร์แปลก ๆ ไม่ได้เมมไว้
    แต่คุ้น ๆ เหมือนเป็นเบอร์พ่อ (ก็พ่อเปลี่ยนเบอร์บ่อย)
    พอรับ  ก็โป๊ะเชะใช่ซะด้วย  นานทีปีหนไม่เคยโทรมา
    จริง ๆ แทบไม่ได้พูดกันเพราะเหมือนจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกันไปประมาณ 4-5 เดือนได้
    แต่ก็เพิ่งจะได้มาคุยกันก็ตอนที่ฉันเข้าโรงพยาบาลนี่แหละ
    ประหนึ่งกลัวฉันจะตาย  แล้วจะไม่ได้กัดกันอีกล่ะสิน่ะ
    แต่ก็ไม่หรอก  เขาเป็นห่วงเลยยอมมาเยี่ยมก่อน
    วันนี้พ่อโทรมา....ขอตังว่ะ  เอ้ออออออ~~
     
    ในใจคิดว่าเขาคงไม่มีจริง ๆ เขาลงทุนถึงขนาดยอมโทรมาขอเลยนะน่ะ
    ปกติเค้าก็เป็นคนแบบว่าทิฐิ หยิ่ง ศักดิ์ศรีบ้าบออะไรมากมาย
    พอเขาพูดแบบนี้  ปฏิเสธไม่ได้เลย  ก้เลยบอกไปว่าเด๋วโอนให้ละกัน
    ตอนกลางวันก้ไปโอนตัง  แปลกแฮะ....ไม่ได้รู้สึกเสียดายเลย
    รู้สึกเหมือนอยากให้เค้าได้ใช้เร็ว ๆ มากกว่า  เค้าคงหมดตังจริง ๆ
    โอนเส็ดโทรไปบอก  มีการขอบคุณด้วยแน่ะ
    อืม.....อย่างน้อยมันก็ยังมีสิ่งดี ๆ อยู่บ้างนะในชีวิต
    การได้ช่วยเหลือพ่อแม่นี่มันรู้สึกดีนะ
    สุดท้ายแล้ว...ฉันก็มาจบที่ครอบครัวจนได้
    ความรักให้ครอบครัว มันบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ  วู้!~
     
    วันนี้ก็โทรไปคุยกะแม่อีก  ก็เล่าให้แม่ฟังถึงความอัดอั้นตันใจในที่ทำงาน
    มันก็รู้สึกโล่งนะ  โล่งอย่างบอกไม่ถูก
    แต่ก็ไม่ดีนะ  เพราะดูแม่เป็นห่วงอย่างแรง
    บอกแม่ไปแล้วว่าไม่ต้องห่วงอะไรหรอก  แค่บ่น ๆ แล้วยังไงก็คงทนต่อไปอีกซักแปป
    ถ้าฉันยังรับมันไม่ได้  ฉันก็ไม่รู้จะทนไปทำไมน่ะ
    อนาคตใครจะรู้อ่ะแม่  วันนี้ไม่ดี  พรุ่งนี้อาจจะดีก็ได้
    วันอาทิตย์ก็จะได้เจอแม่อีกละ  จะบอกว่าคิดถึงต่อหน้าก็ไม่กล้าพูด
    มันดูน่าอายแฮะ   เอาเป็นว่าเจอหน้าก็พอละ 555+
     
    ถามว่าทำไมไม่บอกแฟนเหรอ...ไม่รู้ดิ่
    ฉันทำแย่กะเค้าไว้มากมั้ง  คือทำให้เขาเห็นว่าฉันไม่มีความรู้สึก
    ดังนั้น  ฉันก็ต้องไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น  อีกอย่างไม่รู้จะเริ่มยังไงด้วย
    ชีวิตคู่มันก็ต้องมีแต่ความสนุกสิ  เหมือนที่ฉันบอกเค้าไว้
    ฉันจะไม่เอาเรื่องเส็งเคร็งของตัวเองไปให้เค้ารับรู้ด้วยปากฉันแน่นอน
    แล้วทุกอย่างมันต้องดีขึ้นเอง  ความรู้สึกดี ๆ มันค่อย ๆ เพิ่มขึ้นนะ
    เรื่องอะไรที่ไม่ได้บอก  ก็คือมันไม่มีอะไรน่ะ  อย่าสงสัยให้มันปวดหัวเลย
    แล้วทุกอย่างมันก็จะดีเอง  อย่าพยายามสงสัยในสิ่งที่ไม่เป็นจริง
    เพราะฉันจะทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้นะ...โทษฐานหมั่นไส้
     
    งานก็เย๊อะเยอะ....ทำไปก็ไม่รู้ว่าจะโดนไล่ออกเมื่อไหร่
    ทำ ๆ ไปก่อนละกัน  ถึงเวลานั้นค่อยรู้เอง ฮะฮะ

    4:11 AM
    ตีสี่กว่า ๆ ละยังไม่ได้นอนเลย
    เพิ่งทำงานเว็บเสร็จ  ก้เล่นไปบอกเค้าว่าพรุ่งนี้จะทำให้เห็นทั้งหมดเลย
    เป็นไงล่ะ ฆ่าตัวเองชัด ๆ เลยกุ  ทำไปมันก็เพลินดีนะ...แต่มันเยอะ
    แล้วตอนเช้ากุจะไปทำงานไหวมะเนี่ย
    วันนี้ต้องส่งโปรแกรมแล้วนี่หว่า...ทำไม่ทันแน่เลย
    ก็วันนี้เล่นให้กุทำอีกงานนึงอ่ะ  เวลาทำโปรแกรมกุก็หายไป 1 วันสิ
    จะให้กุทำงายยยยยย~~  ลองดูละกัน  ถ้าเสร็จก็ดีไป  ถ้าไม่เสร็จก็บอกเขาไปว่ามะวานเราทำอะไร
    ทุกอย่างมันต้องโอเคได้แล้วสิ

    11 เดือน

    คบกันมา 11 เดือนละ...ไม่น่าเชื่อว่าอีก 1 เดือนก็จะครบปีละ
    ไม่น่าเชื่ออีกเหมือนกันว่าจะคบกันมาได้นานขนาดนี้
    ถึงแม้มันไม่ค่อยจะราบรื่นซักเท่าไหร่   แต่มันก็ประคับประคองกันไปได้
    ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเอาอะไรมารักฉัน
    ทั้ง ๆ ที่ฉันทำตัวเลวขนาดนี้  ก็ดูไปก่อนละกัน  ถ้าทนต่อไปได้...เราก็คงเป็นคู่กันจริง ๆ
    แต่กลัวจะทนไม่ได้ก่อนอ่าสิ  ถึงวันนั้นฉันคง panic น่าดู
     
    วันนี้หลายอย่างรุมเร้า  ไม่มีความสุขเลย
    ไอ้ที่เคย think positive มันหายไปไหนหมด
    ไม่รู้เพราะว่าพักผ่อนน้อยด้วยหรือป่าว หรือว่างานเยอะเกินไป
    ทำไมวันนี้ยิ่งมั่นใจเรื่องออกจากงานนะ....หรือว่ามันจะถึงเวลาแล้ว
    รู้สึกไม่มีประโยชน์กับบริษัทเลย  คงอีกไม่นานแหละ
    เพราะเท่าที่ดู  เขาไม่มีเราตอนนี้เขาก็ไม่เดือดร้อนอะไร
    เพราะสิ่งที่เข้าต้องการ....เราแทบจะไม่มีให้เขาเลย
    พอรู้สึกแบบนี้  ความละอายใจก็เกิด...แล้วจะอยู่ไปไมถ้ามันรู้สึกแต่แบบนี้
    Fail กับตัวเองคับวันนี้  redeem ไม่ไหวแล้ว
     
    ไม่แน่ใจว่าคิดสั้นเกินไปหรือป่าว
    หรือเป็นเพราะหลายสิ่งรุมทึ้งชีวิตก็ไม่รู้
    วันนี้เลยคิดแต่เรื่องลาออกอย่างเดียวเลย  เราอาจจะไม่เหมาะกับบริษัทแบบนี้ก็เป็นได้
    ควรจะทำยังไงดี...ไม่รู้จะคิดยังไงแล้ว
    ทำไมชีวิตการทำงานมันเหนื่อยแบบนี้น๊อ
    ก็รู้ว่าต้องเหนื่อย  แต่ทำไมมันเหนื่อยได้มากขนาดนี้
    เหนื่อยจนท้อเลยแฮะ  อาทิตย์หน้าก็ต้องไปจัดการเรื่องเรียนอีก
    อ.ก็อะไรไม่รู้  ไม่ตอบเมล์เลย
    คณะก็อะไรไม่รู้  ขอเปลี่ยน อ. ที่ปรึกษาก็ไม่ได้
    แล้วกุจะจบมั้ยเนี่ย!?? โอนหน่วยกิตไปจบที่อื่นได้มั้ยวะ
    ลาออกจากงานแล้วไปเรียนต่อ....ให้จบ
    ทำไมชีวิตต้องเจออะไรแบบนี้ด้วยวะ
     
    รถ...ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ได้อยากได้เล๊ยยยย
    คิดถึงตอนกลับมาใหม่ ๆ เรียนน้อย ๆ อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ต้องการอะไร
    ชีวิตแบบนั้นรถก็ไม่จำเป็น....ผมท้อแล้วนะ
     
    ขอลุยอีกซักตั้งละกัน
    ถ้ามันจบงานนี้แล้วไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องออก
    มันคงไม่มีโอกาสให้เรียนรู้สำหรับชีวิตการทำงาน
    การทำงานก็ต้องทำงานเท่านั้น  เราจะมาถือโอกาสเรียนรู้ไม่ได้
    อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับบริษัทนี้ล่ะน่า  ไม่ได้รังเกียจน๊า
    แค่คิดว่าเค้าน่าจะเอาเงินไปให้คนที่พร้อมกว่านี้  ถ้าบริษัทอยากจะโตเร็วขนาดนี้
    อีกอย่างความสามารถผมก็ไม่ได้มากกว่าคนอื่นเค้าเลย  พวกพี่ ๆ เค้าก็ทำกันได้สบาย ๆ อยู่แล้ว
    ถ้าออกจริง ๆ คงจะไม่มี Farewell แน่นอน....i won't accept
     
    ฟุ้งซ่านโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย.  ไปนอนดีกว่า